เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. นายอิทธิศักดิ์ ต๊ะคำ ปลัดอำเภอลับแล พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอลับแล เจ้าหน้าที่กองบัญชาการกองอาสารักษาดินแดน และเจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจอำเภอลับแล จำนวนกว่า 10 นาย ได้ร่วมกันจับกุม นายอภิรักษ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 29 ปี ได้พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 1,633 เม็ด โทรศัพท์มือถือ จำนวน 2 เครื่อง และจักรยานยนต์ ฮอนด้าเวฟสีแดงดำ ทะเบียน 1 กด 9020 เชียงราย

ภายหลังชุดจับกุมสืบทราบว่า นายอภิรักษ์ มีพฤติกรรมจำหน่ายยาเสพติดให้แก่วัยรุ่นในพื้นที่ จึงได้ร่วมวางแผนเข้าตรวจค้นจับกุม โดยให้สายลับโทรฯ นัดหมายให้มาส่งยาบ้า ที่บริเวณทางเข้าสวนท้ายหมู่บ้าน บ้านตาล หมู่ 4 ต.ทุ่งยั้ง อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ เมื่อนายอภิรักษ์ ขี่รถจักรยานยนต์มาถึง เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวเข้าจับกุม แต่ นายอภิรักษ์ ไหวตัวทัน ได้เร่งเครื่องรถจักรยานยนต์ขี่หลบหนีตัดผ่านทุ่งนาและกระโดดเข้าไปในป่ารกทึบ โดยมีเจ้าหน้าที่วิ่งตาม และสามารถจับกุมได้ห่างจากจุดนัดส่งยาประมาณ 500 เมตร โดยพบของกลางยาบ้า จำนวน 1,616 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ในช่องใต้เบาะรถจักรยานยนต์

โดยเจ้าหน้าที่ได้คุมตัว นายอภิรักษ์ ไปตรวจค้นที่บ้านพัก เลขที่ 80/3 หมู่ 1 ต.ทุ่งยั้ง อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ พบยาบ้าอีกจำนวน 17 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ในหมอน รวมยาบ้าที่ตรวจยึดได้ทั้งหมด 1,633 เม็ด จึงแจ้งข้อกล่าวหาเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 เมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย, ครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภท 1 เมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่วย โดยกระทำเพื่อการค้า โดยผิดกฎหมาย ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในหมู่ประชาชน และขับขี่รถจักรยานยนต์ขณะเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 เมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า) โดยฝ่าฝืนกฎหมาย ควบคุมตัวพร้อมของกลางนำส่ง สภ.ด่านแม่คำมัน ดำเนินคดีตามกฎหมาย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ซึ่งก่อนหน้านี้ นายอภิรักษ์ เคยถูกจับในคดียาเสพติด เพิ่งพ้นโทษออกมาได้ 8 เดือน และได้กลับมาทำซ้ำอีก โดยใช้การเป็นอาสาสมัครกู้ภัย มูลนิธิชื่อดัง บังหน้าเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่.