ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า เคลลี่ ออร์ตเบิร์ก ซีอีโอของบริษัทโบอิง ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตอากาศยานรายใหญ่ในสหรัฐ ได้สั่งระงับการใช้เครื่องบินเจ็ตส่วนตัวของบริษัทจำนวนมาก และมีคำสั่งให้ผู้บริหารระดับสูงเดินทางในที่นั่งชั้นประหยัดของเที่ยวบินของสายการบินพาณิชย์ 

สำนักข่าวบลูมเบิร์กติดตามข้อมูลจากไฟลต์เรดาร์24  ซึ่งเป็นบริษัทติดตามเที่ยวบินต่าง ๆ พบว่า จำนวนเที่ยวบินด้วยเครื่องบินส่วนตัวของบริษัทโบอิงลดลงจาก 146 เที่ยวบินในเดือนสิงหาคม เหลือ 56 เที่ยวบินในเดือนกันยายน และเหลือเพียง 29 เที่ยวบินในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา

ตามข้อมูลจากเว็บไซต์เจ็ตสปาย ซึ่งเป็นเว็บไซต์ติดตามการบินของเครื่องบินต่าง ๆ พบว่า เครื่องบินของบริษัทโบอิงมีเวลาออกบินรวมกันประมาณ 4,500 ชั่วโมงจากประมาณ 1,800 เที่ยวบินในปี 2566 ซึ่งคิดเป็นค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงประมาณ 14 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 482.5 ล้านบาท) และปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ประมาณ 22,500 ตัน

บริษัทโบอิงซึ่งกำลังเผชิญปัญหาหลายด้าน เปิดเผยในเอกสารที่ยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งสหรัฐ (SEC) เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมาว่า ตั้งแต่ปี 2564 การเดินทางทางอากาศของผู้บริหารเพียงแค่ 4 คนเพียงก็สิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายรวม 1.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 65 ล้านบาท)

สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นเคยรายงานข่าวเกี่ยวกับการเดินทางด้วยเครื่องบินส่วนตัวของเดฟ คัลฮูน อดีตซีอีโอของโบอิงว่ามีค่าใช้จ่าย 979,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 33.7 ล้านบาท) ในช่วงเวลาดังกล่าว 

ความพยายามลดต้นทุนของออร์ตเบิร์กเป็นหนึ่งในมาตรการที่มีจุดประสงค์เพื่อให้บริษัทสามารถกลับมาดำเนินธุรกิจได้ตามปกติเช่นก่อน หลังจากที่โบอิงต้องเผชิญกับปีที่ยากลำบาก นับตั้งแต่เดือนมกราคมเป็นต้นมา โดยเกิดปัญหาขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งรวมถึงกรณีนักบินอวกาศ 2 คนที่ถูกทิ้งไว้ที่สถานีอวกาศนานาชาติเป็นเวลาหลายเดือนแล้ว เนื่องจากมีปัญหาทางเทคนิคของยานอวกาศซีเอสที-100 สตาร์ไลเนอร์ของบริษัท 

บริษัทยังโดนวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก หลังจากที่เกิดเหตุประตูเครื่องบินหลุดออกระหว่างเที่ยวบินของสายการบินอะแลสกา นอกจากนี้ยังมีผู้บริหารระดับสูงลาออกหลายคน ขณะที่การผลิตเครื่องบินเป็นไปอย่างล่าช้าและปัญหาอื่นๆ

ในเดือนกันยายนที่ผ่านมา พนักงานของบริษัทซึ่งเป็นสมาชิกสหภาพแรงงานหลายพันคนลาออกหลังจากการเจรจาเรื่องสัญญาจ้างงานล้มเหลว ซึ่งทำให้โบอิงสูญเสียเงินประมาณ 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1,724 ล้านบาท) ต่อวัน ตามข้อมูลของธนาคารแห่งอเมริกา

การหยุดงานประท้วงของพนักงานจากสาเหตุดังกล่าวที่กินเวลายาวนาน 7 สัปดาห์เพิ่งสิ้นสุดลงในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา เมื่อพนักงานสมาชิกสหภาพแรงงานของโบอิงยอมรับข้อเสนอสัญญาว่าจ้างฉบับใหม่

ที่มา : businessinsider.com

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES