นางมนพร เจริญศรี รมช.คมนาคม เปิดเผยว่า ได้มาตรวจเยี่ยม และมอบนโยบายการดำเนินงานให้แก่ผู้บริหาร บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) โดยได้ให้ บวท. ดำเนินงานตามกรอบ “คมนาคมเพื่อโอกาสประเทศไทย 2 ระยะ 4 สร้าง” ซึ่งระยะเร่งด่วนให้ บวท. สานต่อโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการ ให้ได้มาตรฐานความปลอดภัย และกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง ใช้เทคโนโลยี และบูรณาการกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ส่วนระยะกลาง ให้ บวท. ขับเคลื่อนแผนงาน โครงการการลงทุน ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการคมนาคมขนส่งทางอากาศให้ครอบคลุมมิติเศรษฐกิจ สังคม ชุมชน สิทธิมนุษยชนสิ่งแวดล้อม และการกำกับดูแลอย่างยั่งยืน และใช้หลักแนวทางวงจรบริหารงานคุณภาพ (Plan Do Check Act : PDCA) อย่างเป็นระบบ

นางมนพร กล่าวต่อว่า ส่วนนโยบาย 4 สร้าง ได้แก่ สร้างความสามารถในการรองรับเที่ยวบิน ให้ได้ตามเป้าหมายนโยบายศูนย์กลางทางการบิน (Aviation Hub) สร้างบุคลากรทางการบินที่มีคุณภาพและเพียงพอ ได้มาตรฐานสากล มีศักยภาพเหมาะสมกับการรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมการบิน และรองรับเทคโนโลยีที่ทันสมัย สร้างบริการที่ปลอดภัยได้มาตรฐานสากล เพื่อสร้างโอกาสในการพัฒนาการคมนาคมขนส่งทางอากาศของประเทศ อย่างไรก็ตาม สำหรับปริมาณเที่ยวบินปี 2567 มีจำนวนเที่ยวบินรวม 868,373 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้น 15% จากปี 2566
ขณะที่ปริมาณเที่ยวบินปี 2568 คาดการณ์ว่าจะมีจำนวนเที่ยวบินรวม 981,270 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้น 13% โดยภาพรวมปริมาณเที่ยวบินทั้งภายในประเทศ ระหว่างประเทศ และบินผ่านน่านฟ้าใกล้เคียงกับช่วงก่อนสถานการณ์โควิด สถานการณ์ปริมาณเที่ยวบินมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่กระทรวงคมนาคมตั้งเป้าไว้ว่าจะรองรับ 1.2 ล้านเที่ยวบิน ในปี 2568 ซึ่งถือเป็นความท้าทายในการเร่งพัฒนาศักยภาพทุกมิติอย่างครอบคลุม เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับประเทศไทย ในการก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการบิน Aviation Hub อย่างภาคภูมิ

ด้านนายณพศิษฏ์ จักรพิทักษ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บวท. กล่าวว่า ปัจจุบัน บวท. มีความพร้อมในการสนับสนุนนโยบายของรัฐบาล และกระทรวงคมนาคม โดยวางแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการเดินอากาศ เพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการการจราจรทางอากาศ มุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางการบิน (Aviation Hub) โดยนำเทคโนโลยีมาช่วยบริหารจัดการความคล่องตัวการจราจรทางอากาศ (Air Traffic Flow Management) การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานทางวิ่ง (High Intensity Runway Operations: HIROs) การนำเทคโนโลยีมาบริหารจัดการเที่ยวบินขาเข้า คือ ระบบ Arrival Manager (AMAN) และการจัดการเที่ยวบินขาออกด้วยระบบ Intelligent Departure (iDep)
การบริหารจัดการห้วงอากาศในรูปแบบการใช้งานแบบยืดหยุ่น (Flexible Use of Airspace : FUA) การจัดสร้างเส้นทางบินคู่ขนาน หรือ Parallel Route เพื่อขยายขีดความสามารถในการรองรับปริมาณเที่ยวบิน รวมถึงการจัดสร้างเส้นทางบินตรง (Direct route) เพื่อช่วยลดระยะการบิน การปรับปรุงห้วงอากาศ และเส้นทางบินสำหรับกลุ่มสนามบินที่มีความซับซ้อนสูง (METROPLEX) การให้บริการควบคุมจราจรทางอากาศที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรือ Green Air Traffic Management (Green ATM) อีกทั้งพัฒนาบุคลากรให้ก้าวหน้าทันเทคโนโลยีที่ทันสมัย เชื่อมั่นว่าการพัฒนาดังกล่าว ถือเป็นการสร้างศักยภาพขององค์กร ที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงของประเทศไทย ให้พัฒนาอย่างยั่งยืนต่อไป.



