สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเคียฟ ประเทศยูเครน เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. ว่าประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน ต้อนรับนายกรัฐมนตรีโอลาฟ โชลซ์ ผู้นำเยอรมนี ที่กรุงเคียฟ โดยนับเป็นการเยือนยูเครนเป็นครั้งที่สองของโชลซ์ในฐานะผู้นำเยอรมนี นับตั้งแต่สงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครนปะทุ เมื่อวันที่ 24 ก.พ. 2565


ทั้งนี้ ผู้นำเยอรมนีประกาศแผนการ เตรียมจัดสรรงบประมาณสนับสนุนยูเครน เพิ่มเติมอีก 650 ล้านยูโร (ราว 23,567.05 ล้านบาท) ภายในสิ้นปีนี้


ขณะที่นายดมิทรี เปสคอฟ โฆษกทำเนียบเครมลิน กล่าวว่า รัฐบาลมอสโกไม่ได้คาดหวังอะไรจากการเยือนกรุงเคียฟของผู้นำเยอรมนีในครั้งนี้ ซึ่งเกิดขึ้นหลังการสนทนาทางโทรศัพท์ครั้งแรกในรอบ 2 ปี ระหว่างโชลซ์ กับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย เมื่อกลางเดือน พ.ย. ที่ผ่านมา และยืนยันว่า “ไม่มีการฝากอะไร” จากปูตินถึงเซเลนสกี


ก่อนพบหารือกับโชลซ์ครั้งนี้ ผู้นำยูเครนพบหารือกับ นายอันโตนิโอ คอสตา ประธานคณะมนตรียุโรป และนางคาจา คัลลัส หัวหน้าฝ่ายนโยบายต่างประเทศของสหภาพยุโรป (อียู) โดยเซเลนสกีกล่าวอย่างตรงไปตรงมากับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอียูทั้งสองคน ขอความสนับสนุนให้ร่วมผลักดันยูเครน เข้าเป็นสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต)

เซเลนสกีกล่าวว่า การได้รับคำเชิญจากนาโต “จำเป็นอย่างยิ่งเพื่อความอยู่รอด” ของยูเครน และรัฐบาลเคียฟ “จำเป็นต้องอยู่ในสถานที่แข็งแกร่ง” ก่อนเข้าสู่กระบวนการเจรจากับรัสเซีย ที่อียูและนาโต “ควรมีส่วนร่วม”


อย่างไรก็ตาม ในการให้สัมภาษณ์พิเศษกับ “สกาย นิวส์” ซึ่งเป็นสื่อของสหราชอาณาจักร และออกอากาศครั้งแรกเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา นับเป็นครั้งแรกอย่างเป็นทางการด้วย ที่เซเลนสกีส่งสัญญาณอาจปรับเปลี่ยนท่าที โดยผู้นำยูเครนเรียกร้องนาโตมอบความคุ้มครอง “ให้กับดินแดนที่ยังอยู่ภายใต้การปกครองของรัฐบาลเคียฟ” ซึ่งหลายฝ่ายตีความว่า สื่อเป็นนัยถึงการยอมสละดินแดนบางส่วนให้แก่รัสเซีย.

เครดิตภาพ : AFP