สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงดามัสกัส ประเทศซีเรีย เมื่อวันที่ 3 ธ.ค. ว่า ทำเนียบประธานาธิบดีซีเรียออกแถลงการณ์ เกี่ยวกับการสนทนาทางโทรศัพท์ ระหว่างประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด ผู้นำซีเรีย กับประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ผู้นำอิหร่าน เกี่ยวกับสถานการณ์ด้านความมั่นคง ที่เมืองอเลปโป ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับสองของประเทศ ว่าปฏิบัติการจู่โจมของฝ่ายกบฏ สะท้อนความพยายามในการแบ่งแยก และทำให้ซีเรียต้องแตกออกเป็นเสี่ยง “เพื่อขีดเส้นแผนที่ใหม่” ตามความต้องการของสหรัฐและตะวันตก


การเปิดเผยการสนทนาดังกล่าวโดยรัฐบาลดามัสกัส เกิดขึ้นหลังนายเอสมาอิล บาเกอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน กล่าวว่า อิหร่านให้ความสนับสนุนด้านความมั่นคงแก่ซีเรียมานานหลายปี ตามคำเชิญของรัฐบาลดามัสกัส ซึ่งกำลังเผชิญกับภัยคุกคามจากการก่อการร้าย


ด้วยเหตุนี้ บาเกอียืนยันว่า รัฐบาลเตหะรานจะยังคงให้ “คณะที่ปรึกษาทางทหาร” ประจำการอยู่ในซีเรียต่อไป “ตามความประสงค์” ของรัฐบาลซีเรีย โดยไม่ได้กล่าวอย่างชัดเจน ว่าจะมีการเพิ่มจำนวนบุคลากรส่วนนี้หรือไม่ ท่ามกลางวิกฤติความมั่นคงครั้งใหม่ ที่กองกำลังนักรบจีฮัดชื่อ “ฮายัต ตาห์รีร์ อัล-ชาม” (เอชทีเอส) และกองกำลังฝ่ายต่อต้านรัฐบาลซีเรียหลายกลุ่ม ซึ่งได้รับความสนับสนุนจากตุรกี ร่วมกันปฏิบัติการจู่โจมเมืองแห่งนี้แบบสายฟ้าแลบ จนสามารถยึดพื้นที่ได้เพียงไม่กี่วัน และนับเป็นครั้งแรกในรอบ 8 ปี ที่ทหารฝ่ายรัฐบาลต้องถอยร่นออกจากเมืองอเลปโป


นอกจากนี้ อัสซาดพบหารือกับนายอับบาส อารักชี รมว.การต่างประเทศอิหร่าน ที่กรุงดามัสกัส เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ซึ่งเจ้าหน้าที่การทูตระดับสูงสุดของรัฐบาลเตหะราน ยืนยันการยืนหยัดเคียงข้างและมอบความสนับสนุนอย่างเต็มที่ให้แก่ซีเรีย ในการปกป้องอธิปไตยและรักษาบูรณภาพแห่งดินแดน

ขณะที่สภาความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐกล่าวว่า สถานการณ์ที่เมืองอเลปโป เป็นผลจากการที่รัฐบาลดามัสกัส “พึ่งพาและเชื่อมั่น” รัสเซียและอิหร่านมากเกินไป และยังเป็นผลจากการที่ซีเรียเป็นฝ่ายไม่ให้ความร่วมมือ และเดินหน้าตามแนวทางของแผนสันติภาพ ซึ่งกำหนดโดยคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) เมื่อปี 2558 และทิ้งท้ายว่า สหรัฐ “ไม่มีความเกี่ยวข้องอย่างเด็ดขาด” กับเรื่องนี้.

เครดิตภาพ : AFP