สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 5 พ.ค. ว่าตามข้อตกลงที่เปิดเผยเมื่อวันจันทร์ (4 พ.ค.) ในศาลรัฐบาลกลางกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. กองทุนในชื่อของนายอีลอน มัสก์ จะจ่ายค่าปรับทางแพ่งจำนวน 1.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 49.1 ล้านบาท)

อย่างไรก็ดี มัสก์ไม่ได้ยอมรับว่าตนกระทำผิด และจะไม่ต้องคืนเงิน 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4,915 ล้านบาท) ที่เขาอ้างว่า ประหยัดได้จากการยื่นรายงานการถือครองผลประโยชน์ต่อเจ้าพนักงานล่าช้า และได้ซื้อหุ้นสามัญของทวิตเตอร์ที่ยังไม่ได้จำหน่ายมากกว่า 5% เมื่อเดือน มี.ค. 2565 ซึ่งถือเป็นการละเมิดกฎหมายหลักทรัพย์

ทั้งนี้ ข้อตกลงนี้จะต้องรอการอนุมัติจากนางสปาร์เคิล ซูกนานาน ผู้พิพากษาศาลแขวงสหรัฐ

คดีดังกล่าวยุติลง หลังมัสก์ตกลงจ่ายค่าปรับทางแพ่ง 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 655.4 ล้านบาท) รวมถึงตกลงให้ทนายความของเทสลาตรวจสอบโพสต์ในทวิตเตอร์บางส่วนล่วงหน้า และสละตำแหน่งประธานของเทสลา

นายอเล็กซ์ สไปโร ทนายความของมัสก์ กล่าวว่า ในขณะนี้ มัสก์ได้รับการยกเว้นจากข้อกล่าวหาทั้งหมด ที่เกี่ยวข้องกับการยื่นแบบฟอร์มการเข้าซื้อกิจการทวิตเตอร์ล่าช้าแล้ว

ในคดีฟ้องร้องเมื่อเดือน ม.ค. 2568 เอสอีซีกล่าวว่า การที่มัสก์ล่าช้าในการเปิดเผยสัดส่วนการถือหุ้น 5% ในทวิตเตอร์ เมื่อช่วงปลายเดือน มี.ค. และต้นเดือน เม.ย. 2565 เป็นเวลา 11 วัน ทำให้เขาสามารถซื้อหุ้นได้มากกว่า 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 16,385 ล้านบาท) ในราคาที่ต่ำกว่าความเป็นจริง

ขณะนั้น มัสก์กล่าวว่า ความล่าช้าดังกล่าวเป็นไปโดยไม่ได้ตั้งใจ และกล่าวหาเอสอีซีว่า ละเมิดสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกของเขา.

เครดิตภาพ : REUTERS