เมื่อวันที่ 3 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ กจ.1 (ท่าเสา) ออกปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่เขตป่าสงวนแห่งชาติป่าวังใหญ่และป่าแม่น้ำน้อย จ.กาญจนบุรี อย่างเข้มข้น ภายใต้การสั่งการจาก นายไชยวุฒิ อารีชน ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่10(ราชบุรี) และ นายเนรมิต เหลืองอร่ามฟ้า นายอำเภอไทรโยค กระทั่งวันที่ 29 พ.ย. นายสยาม ทองใบ เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า (พร.) ประจำหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ กจ.1 (ท่าเสา) นำกำลังออกลาดตระเวน กระทั่งพบ นายอนุชา ป้องกัน อายุ 33 ปี บริเวณอ่างเก็บน้ำเขาเขียว ถนนสายบ้านต้นมะม่วง หมู่ 2 ต.วังกระแจะ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ขับรถกระบะนิสสัน สีดำ ทะเบียน บบ 4099 ราชบุรี บรรทุกไม้ประดู่แปรรูป 6 แผ่น จึงเรียกตรวจสอบ พบเป็นไม้หวงห้าม จึงจับกุมและยึดไว้เป็นของกลาง

สอบสวนเบื้องต้น นายอนุชา ให้การรับสารภาพว่า ได้รับการติดต่อทางโทรศัพท์จากนายแทน ไม่ทราบนามสกุล ให้ขนย้ายไม้แปรรูป ไปส่งที่บ้านหนองสามพราน โดยเมื่อไปถึง นายแทนจะโทรศัพท์บอกอีกครั้งว่าให้นำไม้ไปส่งที่ไหน ได้ค่าจ้าง 2,500 บาท แต่ก็มาถูกจับกุมดังกล่าว

ขณะที่อีกวันต่อมา (30 พ.ย.) เจ้าหน้าที่ชุดเดียวกัน ยังได้จับกุม นายกิตติศักดิ์ สาคร อายุ 29 ปี และนายเสกสรร พรมชนะ อายุ 22 ปี ทั้งสองเป็นชาว จ.กาญจนบุรี พร้อมของกลางไม้ประดู่ท่อน 6 ท่อน และเครื่องเลื่อยโซ่ยนต์ โดยจับกุมได้บริเวณป่าบ้านทุ่งมะเซอย่อ หมู่ 4 ต.บ้องตี้ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี หลังออกตรวจปราบปรามในเขตรับผิดชอบมาถึงบริเวณที่เกิดเหตุ ได้ยินเสียงเครื่องเลื่อยยนต์ดัง จึงหยุดรถเดินเท้าเข้าตรวจสอบหาต้นเสียง พบผู้ต้องหาทั้ง 2 คน กำลังช่วยกันตัดโค่นไม้ จึงแสดงตัวเข้าจับกุม พร้อมยึดของกลางดังกล่าว

สอบสวนเบื้องต้นให้การว่า เข้ามาลักลอบตัดโค่นไม้ เพื่อนำไปสร้างบ้านพักอาศัยตามประสาชาวบ้าน โดยไม่ทราบว่าเป็นไม้หวงห้าม เจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อ จึงนำตัวทั้งสองพร้อมของกลางส่ง สภ.ไทรโยค ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป



