จากกรณี ผู้เสียหายได้มีไลน์ที่ชื่อ “ศิรินัน” แจ้งแอดเข้ามาเป็นเพื่อน จึงกดเข้าไปดูและทักทาย เมื่อเริ่มคุยสนิทกัน จึงมีการชักชวนให้ลงทุนกับบริษัทประกอบธุรกิจด้านการเงินชื่อดัง ซึ่งคนร้ายอ้างว่าเป็นบริษัทของตน โดยเริ่มชักชวนผู้เสียหายให้ลงทุน 1,000 บาท ได้กำไร 30,000 บาท จึงทำให้หลงเชื่อและลงทุนเพิ่มมากขึ้น เมื่อได้กำไรแล้วอ้างว่าต้องเสียภาษี และค่าบริการต่างๆ ผู้เสียหายรู้สึกผิดสังเกตจึงไปปรึกษาเพื่อนและทราบว่าถูกหลอกให้ลงทุน รวมทั้งหมดที่โอนเงิน 18 ครั้ง ไปยังบัญชีม้าทั้งหมด 4 บัญชี ความเสียหายรวม 1,107,505 บาท

ต่อมา พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สพฐ.ตร.รรท.ผบช.สอท.สั่งการให้ พล.ต.ต.ภูมิพัฒน์ ภัทรศรีวงษ์ชัย ผบก.สอท.5 และ พ.ต.อ.กฤษดา มานะวงศ์สกุล ผกก.1 บก.สอท.5 ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์ นำโดย พ.ต.ต.สุธี บุดีคำ, ร.ต.อ.ขวัญชัย ปานคง สืบสวนติดตามจนสามารถจับผู้ร่วมกระทำผิดในคดีนี้ เพื่อลดภัยอาชญากรรมออนไลน์ สร้างความอุ่นใจให้ประชาชน

ล่าสุดเมื่อวันที่ 4 ธ.ค. ชุดสืบสวน บก.สอท.5 ได้ติดตามผู้ต้องหา จนทราบว่า นายอรรถพร อายุ 21 ปี เป็นผู้ต้องหาในคดีนี้ และตอนนี้กลับมาพักอาศัยอยู่ในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี ตำรวจจึงได้ไปตรวจสอบก่อนจะวางแผนจับกุมได้สำเร็จที่บ้านพัก อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยการแสดงตนเป็นคนอื่น, นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน”

สอบสวน นายอรรถพร ให้การปฏิเสธว่า เมื่อประมาณกลางปี 2565 ได้เปิดบัญชีธนาคารให้แฟนเก่านำไปใช้ ก่อนจะถูกนำไปใช้ก่อเหตุในคดีนี้ ซึ่งจากการตรวจสอบข้อมูลหมายจับพบว่าผู้ต้องหามีหมายจับติดตัวรวม 3 หมายจับ ล้วนแล้วแต่เป็นคดีร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่นฯ มีผู้เสียหายหลายราย พบความเชื่อมโยง 38 เคส จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับ นำส่งพนักงานสอบสวน กก.2 บก.สอท.5 เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป