สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 9 ธ.ค. ว่า การแบนติ๊กต็อกที่อาจเกิดขึ้น มีแนวโน้มทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับจีนตึงเครียด หลังนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐ เข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 20 ม.ค. 2568

ติ๊กต็อก ระบุว่า บริษัทจะยื่นอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาสหรัฐ โดยคาดหวังว่า ศาลฎีกาซึ่งมีประวัติอันยาวนานในการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของชาวอเมริกัน จะดำเนินการอย่างยุติธรรม ในประเด็นทางรัฐธรรมนูญที่สำคัญเช่นนี้

ยิ่งไปกว่านั้น ติ๊กต็อกยังมุ่งหวังที่จะเข้าหาทรัมป์ ซึ่งเป็นพันธมิตรที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ โดยให้เหตุผลว่า การแบนติ๊กต็อก จะเอื้อประโยชน์ต่อแพลตฟอร์มเฟซบุ๊ก ของบริษัท เมตา เป็นหลัก

อนึ่ง รัฐบาลวอชิงตันกล่าวหาว่า ติ๊กต็อกอนุญาตให้รัฐบาลปักกิ่ง รวบรวมข้อมูลและสอดส่องผู้ใช้งาน ตลอดจนเป็นช่องทางในการเผยแพร่โฆษณาชวนเชื่อของจีน ซึ่งกฎหมายที่ลงนามโดยประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐคนปัจจุบัน เมื่อเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา จะแบนบริการของติ๊กต็อกในสหรัฐ หากไบต์แดนซ์ ไม่ขายแพลตฟอร์มภายในวันที่ 19 ม.ค. ที่จะถึงนี้

แม้ศาลอุทธรณ์สหรัฐยอมรับว่า ชาวอเมริกันประมาณ 170 ล้านคน ใช้ติ๊กต็อกเพื่อสร้างเนื้อหา และรับชมการแสดงออกอย่างเสรีทุกรูปแบบ แต่คณะผู้พิพากษา 3 คน มีคำตัดสินเป็นเอกฉันท์ว่า การถอดติ๊กต็อกออกจากการควบคุมของจีน มีความจำเป็นต่อการปกป้องความมั่นคงของชาติ และสามารถแก้ไขปัญหาด้านความปลอดภัยได้.

เครดิตภาพ : AFP