สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศสเมื่อวันที่ 10 ธ.ค. ว่า สำนักงานตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศโคเปอร์นิคัส (ซี3เอส) ระบุว่าความร้อนที่รุนแรงอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน จะส่งผลให้อุณหภูมิเฉลี่ยทั่วโลกสูงขึ้น ระหว่างเดือน ม.ค.-พ.ย. จนแซงหน้าสถิติปี 2566 อย่างแน่นอน

นายจูเลียน นิโคลัส นักวิทยาศาสตร์ของโคเปอร์นิคัส เปิดเผยว่า ปี 2568 จะเริ่มด้วยอุณหภูมิโลกที่แตะใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และอุณหภูมิดังกล่าวอาจคงอยู่ต่อไปอีกไม่กี่เดือน ขณะที่ในปีนี้ โลกร้อนขึ้น 1.5 องศาเซลเซียส เมื่อเทียบกับช่วงก่อนการปฏิวัติอุตสาหกรรม

ข้อมูลคร่าว ๆ ของโคเปอร์นิคัสระบุว่า อุณหภูมิในปีนี้สูงกว่าช่วงก่อนการปฏิวัติอุตสาหกรรม ซึ่งหมายถึงช่วงปี 2393-2443 เกือบ 1.6 องศาเซลเซียส

อย่างไรก็ตาม อุณหภูมิที่สูงกว่า 1.5 องศาเซลเซียสเพียงปีเดียว ไม่ได้หมายความว่า ความตกลงปารีสถูกละเมิด แต่หมายความว่า การดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศจะต้องมีความเร่งด่วนมากกว่าเดิม

รายงานของโคเปอร์นิคัสระบุด้วยว่า ช่วงเวลานี้ อาจถือเป็นช่วงเวลาซึ่งโลกร้อนที่สุดในรอบ 125,000 ปีที่ผ่านมา และการสิ้นสุดของปรากฏการณ์เอลนีโญ ไม่ได้เป็นตัวการสำคัญต่ออุณหภูมิโลก 

นอกจากนี้ ยังไม่มีความชัดเจนว่า ปรากฏการณ์ลานีญาจะช่วยให้อุณหภูมิเย็นลงหรือไม่.

เครดิตภาพ : AFP