สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศสเมื่อวันที่ 10 ธ.ค. ว่า สำนักงานตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศโคเปอร์นิคัส (ซี3เอส) ระบุว่าความร้อนที่รุนแรงอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน จะส่งผลให้อุณหภูมิเฉลี่ยทั่วโลกสูงขึ้น ระหว่างเดือน ม.ค.-พ.ย. จนแซงหน้าสถิติปี 2566 อย่างแน่นอน
นายจูเลียน นิโคลัส นักวิทยาศาสตร์ของโคเปอร์นิคัส เปิดเผยว่า ปี 2568 จะเริ่มด้วยอุณหภูมิโลกที่แตะใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และอุณหภูมิดังกล่าวอาจคงอยู่ต่อไปอีกไม่กี่เดือน ขณะที่ในปีนี้ โลกร้อนขึ้น 1.5 องศาเซลเซียส เมื่อเทียบกับช่วงก่อนการปฏิวัติอุตสาหกรรม
This data visualisation shows the surface air temperature anomaly for November 2024 across the European continent and parts of Africa, the Americas, and Asia.
— Copernicus EU (@CopernicusEU) December 9, 2024
From January to November 2024, the global-average temperature anomaly stood at 0.72°C above the 1991-2020 average ⬇️ pic.twitter.com/yCG2HibSmM
ข้อมูลคร่าว ๆ ของโคเปอร์นิคัสระบุว่า อุณหภูมิในปีนี้สูงกว่าช่วงก่อนการปฏิวัติอุตสาหกรรม ซึ่งหมายถึงช่วงปี 2393-2443 เกือบ 1.6 องศาเซลเซียส
อย่างไรก็ตาม อุณหภูมิที่สูงกว่า 1.5 องศาเซลเซียสเพียงปีเดียว ไม่ได้หมายความว่า ความตกลงปารีสถูกละเมิด แต่หมายความว่า การดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศจะต้องมีความเร่งด่วนมากกว่าเดิม
รายงานของโคเปอร์นิคัสระบุด้วยว่า ช่วงเวลานี้ อาจถือเป็นช่วงเวลาซึ่งโลกร้อนที่สุดในรอบ 125,000 ปีที่ผ่านมา และการสิ้นสุดของปรากฏการณ์เอลนีโญ ไม่ได้เป็นตัวการสำคัญต่ออุณหภูมิโลก
นอกจากนี้ ยังไม่มีความชัดเจนว่า ปรากฏการณ์ลานีญาจะช่วยให้อุณหภูมิเย็นลงหรือไม่.
เครดิตภาพ : AFP



