จากกรณีที่มีสื่อมวลชนรายงานว่า หลัง “รองน้อย” นายทนุเกียรติ จันทร์ชุม เข้ารับตำแหน่งผู้จัดการกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เมื่อเดือน ต.ค. ที่ผ่านมา แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่มีการปล่อยเงินคงค้างที่ต้องจ่ายให้กับสมาคมกีฬาฯ หลักพันล้านบาท ทำให้สมาคมกีฬา เกิดความเดือดร้อนนั้น
ผู้สื่อข่าวสอบถามไปยัง นายทนุเกียรติ จันทร์ชุม ได้รับการชี้แจงว่า อันดับแรกต้องทำความเข้าใจอำนาจหน้าที่ของผู้จัดการกองทุนฯ ก่อน มีอำนาจแค่การดูแลสำนักงานกองทุน, ทำเรื่องเสนอบอร์ดกองทุน เพื่อพิจารณาอนุมัติงบต่าง ๆ แต่ในส่วนของการเบิกจ่ายเงินเป็นอำนาจของคลังกองทุน ซึ่งอยู่ภายใต้การทำงานของ กกท. เป็นผู้ปล่อยเงิน ซึ่งคลังกองทุนฯ ก็จะต้องพิจาณาว่าเอกสารต่าง ๆ ครบถ้วนหรือไม่แต่อย่างใด ฉะนั้นตนไม่ใช่คนที่จะปล่อยเงินให้กับสมาคมฯ และไม่มีอำนาจอะไรในการกักเก็บเงินเอาไว้อยู่แล้ว
นายทนุเกียรติ กล่าวต่อว่า ในส่วนของงบประมาณปี 2568 ก็ยังไม่ได้รับความเห็นชอบจากกรมบัญชีกลาง สาเหตุหลัก ๆ คือเอกสารไม่ครบถ้วน บางคนทำมาแบบลวก ๆ บ้าง ไม่ครบขั้นตอนบ้าง จนถึงตอนนี้ยังไม่มีการแก้ไข ขณะเดียวกันยังมีบางรายการที่จัดในปี 2567 แต่จะมาขอใช้งบปี 2568 ซึ่งมันผิดวินัยหลักการเงิน-การคลัง บางสมาคมฯ จัดงานไปแล้วค่อยมาขอย้อนหลัง ซึ่งต้องมาดูกันอีกทีว่าจะอนุมัติหรือไม่ เพราะตามหลักแล้วต้องขออนุมัติก่อน จึงจะไปดำเนินการได้ ไม่ใช่ดำเนินการเสร็จแล้วมาขอย้อนหลังแบบนี้
นอกจากนี้นับตั้งแต่ที่ตนเข้ามารับตำแหน่งเมื่อเดือน ต.ค. 67 ในช่วงเวลานั้นมีเงินที่อนุมัติแล้วยังไม่ได้เบิกจ่ายค่างอยู่ราวๆ 1,500 ล้านบาท แต่จนถึงวันที่ 30 พ.ย. ที่ผ่านมา มีการเบิกจ่ายไปแล้ว 393 ล้านบาทเศษ และมียอดคงค้างต้องเร่งจ่ายให้กับสมาคมกีฬาต่าง ๆ เพียง 542 ล้านบาท นอกนั้นเป็นภาระผูกพันทางสัญญา
“มีข้อสังเกตด้วยความห่วงใย สำหรับรายการที่ค้างเบิกจ่ายมานานตั้งแต่ปี 2562-2566 ภายในเดือน ธ.ค. 67 หากท่านไม่มายื่นเอกสารให้ครบถ้วน กองทุนฯ จะพิจารณาเห็นว่าท่านไม่มีประสงค์ที่จะเบิกจ่าย จึงจะพิจารณานำเสนอบอร์ดกองทุน นำงบประมาณดังกล่าวไปช่วยเหลือในโครงการที่มีความจำเป็นในปี 2568 ต่อไป” นายทนุเกียรติ กล่าว.



