น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รมว.วัฒนธรรม (วธ.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. 2567 ได้มีมติเห็นชอบต่อการจัดทำร่างบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งมาเลเซียและรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย ว่าด้วยความร่วมมือด้านวัฒนธรรม ศิลปะและมรดกทางวัฒนธรรม โดยหากมีการปรับเปลี่ยนถ้อยคำของร่างบันทึกความเข้าใจฯ ที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสาระสำคัญหรือที่ไม่ขัดต่อผลประโยชน์ของประเทศไทย ให้ วธ. สามารถดำเนินการได้ โดยไม่ต้องเสนอ ครม. เพื่อพิจารณาอีก รวมทั้งอนุมัติให้ รมว.วธ. ลงนามฝ่ายไทยในร่างบันทึกความเข้าใจฯ ตามที่ วธ. เสนอ ทั้งนี้ร่างบันทึกความเข้าใจฯ ฉบับดังกล่าว สืบเนื่องจากผลการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคี (JC) ครั้งที่ 15 และการประชุมคณะกรรมการว่าด้วยยุทธศาสตร์การพัฒนาร่วมสำหรับพื้นที่ชายแดน (JDS) ระดับรัฐมนตรี ครั้งที่ 6 เมื่อวันที่ 6 ส.ค. 2567 และระดับเจ้าหน้าที่อาวุโส ในกรอบ JC และ JDS ในวันที่ 5 ส.ค. 2567 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ที่ประชุมเห็นพ้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งสองฝ่ายร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด จัดทำบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านวัฒนธรรมระหว่าง วธ. และกระทรวงการท่องเที่ยว ศิลปะและวัฒนธรรมแห่งมาเลเซีย เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านศิลปะและวัฒนธรรม ยกระดับความร่วมมือระดับทวิภาคีด้านวัฒนธรรม และผลการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคี (JC) ครั้งที่ 15 ได้ปรับเปลี่ยนจาก ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านวัฒนธรรม (Agreement on Cultural Cooperation) เป็นบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านวัฒนธรรม (Memorandum of Understanding on  Cultural Cooperation) มุ่งเน้นให้มีการวางแผนหรือจัดทำกิจกรรมร่วมกันในภาพกว้าง และไม่ถือเป็นสัญญาผูกมัดใดๆ (Non-legally binding) ภายใต้การจัดทำสนธิสัญญาระหว่างประเทศ

รมว.วธ. กล่าวต่อไปว่า สำหรับสาระสำคัญของร่างบันทึกความเข้าใจฯ มุ่งเน้นพัฒนาและส่งเสริมความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างสองประเทศผ่านความร่วมมือด้านวัฒนธรรม ศิลปะ และมรดกทางวัฒนธรรม ในสาขาต่าง ๆ ได้แก่ การส่งเสริมความร่วมมือที่ใกล้ชิดระหว่างสถาบันศิลปะ มรดก และวัฒนธรรม ของทั้งสองประเทศ การยกระดับวรรณกรรม ศิลปะการแสดง ทัศนศิลป์ และกิจกรรมทางวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้อง การแลกเปลี่ยนวัสดุ การร่วมมือกันวิจัยและพัฒนาผ่านการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ สิ่งพิมพ์ การศึกษาวิจัย และข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรม รวมถึงการอำนวยความสะดวกในการแลกเปลี่ยนบุคลากร เพื่อแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ การประชาสัมพันธ์ และส่งเสริมนิทรรศการ การแสดงทางวัฒนธรรมทั้งสองประเทศและความร่วมมืออื่นๆ ตามที่ตกลงร่วมกัน นอกจากนี้ ร่างบันทึกความเข้าใจฯ จะเสริมสร้างและพัฒนาความร่วมมือในด้านวัฒนธรรม ศิลปะ และมรดกทางวัฒนธรรมระหว่างไทยและมาเลเซีย บนพื้นฐานของการต่างตอบแทนและผลประโยชน์ร่วมกัน ซึ่งจะช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์ในระดับประชาชนให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น เพื่อเป็นพื้นฐานที่เข้มแข็งในการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างไทยและมาเลเซียต่อไปในอนาคตอีกด้วย ทั้งนี้จะมีการลงนามในร่างบันทึกความเข้าใจฯ และมีพิธีแลกเปลี่ยนบันทึกความเข้าใจฯ กับฝ่ายมาเลเซีย ในโอกาสที่นายกรัฐมนตรีเดินทางเยือนประเทศมาเลเซีย อย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 15-16 ธ.ค. 2567