เมื่อวันที่ 17 ธ.ค. นางมนพร เจริญศรี รมช.คมนาคม เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้กรมท่าอากาศยาน (ทย.) เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ 5 จังหวัดภาคใต้ ตลอด 24 ชั่วโมง โดยให้ท่าอากาศยานชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช เตรียมพร้อมรับมือปฏิบัติตามแผนบรรเทาสาธารณภัยอย่างเคร่งครัด พร้อมเฝ้าระวังพื้นที่บริเวณโดยรอบสนามบินไม่ให้กระทบต่อการขึ้น-ลงของเครื่องบิน จัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวัง ตรวจวัดระดับความสูงของน้ำ ทั้งภายในและภายนอกท่าอากาศยาน บันทึกความสูงของระดับน้ำทุก 2 ชั่วโมง ตรวจสอบรางระบายน้ำ เพื่อป้องกันการอุดตัน และให้การไหลของน้ำมีความคล่องตัว

รวมถึงจัดเตรียมเครื่องยนต์กำเนิดไฟฟ้าสำรอง กรณีระบบส่งจ่ายกระแสไฟฟ้าของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดขัดข้อง และให้ ทย. ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เช่น หอบังคับการบิน สำนักงานอุตุนิยมวิทยา สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอย่างทันท่วงที นอกจากนี้ยังได้สั่งการ ทย. ให้ความช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในพื้นที่อย่างเต็มกำลัง ทั้งการอำนวยความสะดวกให้กับเครื่องบินทหาร เครื่องบินทางการแพทย์ และเครื่องบินของ ปภ. ในการนำความช่วยเหลือสู่ประชาชนที่ประสบอุทกภัย รวมถึงให้เตรียมความพร้อมรถฉีดน้ำดับเพลิงแรงดันสูง เพื่อช่วยทำความสะอาดสถานที่ และบ้านเรือนของประชาชนภายหลังน้ำลดด้วย

ด้านนายดนัย เรืองสอน อธิบดี ทย. กล่าวว่า ขณะนี้ท่าอากาศยานในสังกัด ทย. ทั้ง 4 แห่ง ไม่มีน้ำท่วมขัง โดยระดับน้ำบนพื้นผิวทางวิ่ง (รันเวย์) พื้นผิวทางขับ (แท็กซี่เวย์) และพื้นผิวลานจอดอากาศยานอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานที่เปิดให้บริการประชาชนได้ ไม่มีผลกระทบต่อการขึ้น-ลงของอากาศยาน ในส่วนของการเดินทางมายังท่าอากาศยานชุมพร และระนอง สามารถเดินทางได้ปกติ เนื่องจากการระบายน้ำผ่านได้รวดเร็ว ส่วนท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานี เส้นทางจากอำเภอดอนสัก สามารถสัญจรได้เฉพาะรถใหญ่ แนะนำให้ใช้เส้นทางจากสะพานศรีสุราษฎร์ เพื่อมาใช้ถนนหมายเลข 417 หรือ 401

หลีกเลี่ยงการใช้ถนนเส้นสุราษฎร์-พุนพิน (สายเก่า) และถนนทางเข้า-ออกท่าอากาศยานนครศรีธรรมราชมีน้ำท่วมขัง รถเล็กควรใช้ความระมัดระวังในการสัญจร ทั้งนี้ขอให้ผู้โดยสารเผื่อเวลาในการเดินทางไปยังท่าอากาศยานทั้ง 4 แห่ง อย่างน้อย 3-4 ชั่วโมง ซึ่ง ทย. ได้ติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อรายงานให้ผู้โดยสารทราบกรณีเกิดสถานการณ์เร่งด่วน สามารถติดตามข่าวสารได้ทาง Facebook Fanpage : Department of Airports



