สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน เมื่อวันที่ 17 ธ.ค. ว่าประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ผู้นำอิหร่าน เรียกกฎหมายฉบับดังกล่าวว่า “คลุมเครือและต้องแก้ไข” พร้อมแสดงเจตนาในการพิจารณามาตรการใหม่ เนื่องจากการเพิ่มโทษที่รุนแรงต่อสตรีและเด็กผู้หญิงหากเปิดเผยผม แขนส่วนบน และขาส่วนล่าง ได้รับคำวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากนักสิทธิมนุษยชน
ภายใต้กฎหมายฉบับใหม่ ผู้ที่ฝ่าฝืนซ้ำแล้วซ้ำเล่า และผู้ที่ล้อเลียนกฎดังกล่าว จะถูกปรับเงินเพิ่มและจำคุกนานขึ้นสูงสุด 15 ปี ขณะที่ธุรกิจต่าง ๆ ต้องรายงานผู้ที่ละเมิดกฎดังกล่าวด้วย
???????????? In #Iran, a law proposing stiffer penalties for those who defy restrictions on the #hijab goes to President #MasoudPezeshkian today.
— FRANCE 24 English (@France24_en) December 13, 2024
The law outlines fines of up to $2000 for women uncovering their hair.@ofarry spoke to global affairs journalist @tarakangarlou for more ⤵️ pic.twitter.com/VyYunsuKZQ
ระหว่างการหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดี เมื่อเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา เปเซชเคียนวิพากษ์วิจารณ์การปฏิบัติต่อสตรีในอิหร่านเกี่ยวกับประเด็นฮิญาบอย่างเปิดเผย โดยเขาให้สัญญาว่า จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับชีวิตส่วนตัวของพวกเธอ ซึ่งถือเป็นจุดยืนที่กินใจชาวอิหร่านมาก โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ซึ่งไม่พอใจการควบคุมที่เข้มงวดของรัฐบาล
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชน นักเขียน และนักข่าวชาวอิหร่านมากกว่า 300 คน รวมตัวกันประณามกฎหมายฮิญาบ ว่า “ไม่เป็นไปตามกฎหมาย และบังคับใช้ไม่ได้” พร้อมเรียกร้องให้เปเซชเคียนรักษาคำมั่น ที่ให้ไว้ตอนหาเสียง
ทั้งนี้ การตัดสินใจยุติการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวอาจแสดงให้เห็นว่า รัฐบาลเกรงว่า เรื่องนี้จะเป็นชนวนให้เกิดการประท้วงครั้งใหญ่เหมือนกรณีเมื่อ 2 ปีก่อน จากการที่ น.ส.มาห์ซา อมินี เสียชีวิตระหว่างอยู่ในความควบคุมตัวของตำรวจศีลธรรม ซึ่งจับกุมเพราะเธอไม่สวมฮิญาบ.
เครดิตภาพ : AFP



