“ช้างศึก” ทีมชาติไทย แซงชนะ สิงคโปร์ 4-2 หลังจากโดนนำก่อน 2 ลูก ทำให้ ทีมชาติไทย มี 9 แต้มเต็ม คว้าแชมป์กลุ่ม A แน่นอนแล้ว ฟุตบอลอาเซียนคัพ แม้เหลือเกมสุดท้าย พบ กัมพูชา วันที่ 20 ธ.ค. 67 ที่ราชมังคลากีฬาสถาน เวลา 20.00 น. ก็ตาม

อ่านข่าว : ชัดเจนแล้ว! เปิดคิวเตะ ‘ช้างศึก’รอบรองฯ/ชิงฯ เตะวันไหน-ที่ไหน

มาซาทาดะ อิชิอิ หัวหน้าผู้ฝึกสอน กล่าวว่า แม้เข้ารอบแล้ว แต่พยายามโฟกัสทุกเกม ว่าจะทำอย่างไรให้ออกมาดี และจะมีการโรเตชั่น ซึ่งต้องพยายามคิดถึงแมตช์ต่อไป ทำอย่างไรให้สมดุลและเกิดประโยชน์มากที่สุด

ส่วนการที่ สิงคโปร์ ยิงนำก่อน 2-0 นั้น อิชิอิ กล่าวว่า “ตอนแรกผมตกใจและเซอร์ไพร้ส์กับการโดนยิง 2 ประตู และเป็นลูกที่สวยและสุดยอดมาก พอโดนสองประตูไป เราพยายามวิเคราะห์เกม ในช่วงพักครึ่ง เกมรุกเราทำได้ดีแล้ว และลดประสิทธิภาพเกมรุกของสิงคโปร์ลงไป”

อ่านข่าว : เจาะ5ประเด็นน่าสนใจ เกมดราม่า ‘ช้างศึก’ระทึกขวัญพลิกดับ ‘สิงคโปร์’

ทีมชาติไทย ลงเล่นใน 3 เกมแรก เปลี่ยนแผงแบ๊กโฟร์ในชุดตัวจริงทั้ง 3 นัด เรื่องนี้ อิชิอิ กล่าวว่า “สำหรับการโรเตชั่นแผงเกมรับแทบทุกเกม เป็นเพราะทัวร์นาเมนต์นี้เป็นการแข่งขันที่ยาว ทำให้ผมต้องการให้นักเตะลงไปเล่นและสร้างตัวเองให้เป็นตัวเลือกมากขึ้น เพราะด้วยการซ้อมมันสั้นด้วย ในระหว่างแมตช์ต่อแมตช์”

ทั้งนี้แผงหลังตัวจริงของไทย 3 นัดที่ผ่านมา นัดแรกกับ ติมอร์ : นิโคลัส มิคเกลสัน แบ๊กซ้าย, เจมส์ เบอร์เรสฟอร์ด ขวา, คู่เซ็นเตอร์ ศฤงคาร พรมสุภะ พรรษา เหมวิบูลย์/นัดสอง กับ มาเลเซีย : อภิสิทธิ์ โสรฎา ซ้าย, นิโคลัส กลับขวา, คู่เซ็นฯ โจนาธาร เข็มดี-เฉลิมศักดิ์ อักขี/นัดที่สามกับ สิงคโปร์ : ทิตาธร อักษรศรี ซ้าย, ศุภนันท์ บุรีรัตน์ ขวา, คู่เซ็นเตอร์ ศฤงคาร-พรรษา

กรณีที่มีนักเตะหลายคนที่ยังอายุน้อย อิชิอิ กล่าวว่า นักเตะอายุน้อยของไทยหลายคนมีความพยายาม ทีมไทยไม่ได้ไปฟุตบอลโลก 2026 ต้องใช้นักเตะอายุน้อยในทีมให้ได้มากที่สุด เพื่อเตรียมทีมระยะยาว เพื่อไปฟุตบอลโลก 2030 แน่นอนว่านักเตะไทยมีความสามารถ เกมนี้ทุกคนทำงานกันได้ดีมาก