จากการตรวจสอบพบว่ามีทั้งคนไทยและต่างด้าว อีกทั้งในจำนวนนี้ยังพบว่าเป็น รายเดิมที่เคยถูกจับกุมไปแล้วแต่ยังคงกลับมากระทำการขอทานเช่นเดิม การแก้ปัญหาเรื่องขอทานในเมืองหลวงจึงกลายเป็นโจทย์ใหญ่และโจทย์สำคัญที่ทุกหน่วยงานต้องร่วมมือกันแก้ไข

ผู้สื่อข่าวชุมชนเมืองเดลินิวส์ลงพื้นที่ สำรวจตามจุดที่ประชาชนร้องเรียนไม่ว่าจะเป็น ถนนสุขุมวิทตลอดเส้น จุดใกล้ห้างสรรพสินค้าชื่อดังทั้งย่านปทุมวัน ราชดำริ สีลม และย่านราชประสงค์ ก็ยังพบว่ามีผู้กระทำการขอทาน ถึงแม้จะมีจำนวนไม่มากเท่ากับก่อนที่จะมีข่าวกวาดล้างแต่ก็ยังคงมีให้เห็น อีกทั้งคนที่เดินผ่านไปมายังให้เงินขอทานเหล่านี้ โดยลักษณะของขอทานที่พบมีทั้งผู้หญิงท้อง ผู้พิการ และคนปกติ มิหนำซ้ำยังอยู่ไม่ห่างกัน

แต่จากพฤติกรรมที่พบขอทานเหล่านี้จะออกมานั่งในช่วงเช้า หรือเย็น ซึ่งเป็นช่วงที่มีผู้คนเดินทางสัญจร ถึงแม้เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่เทศกิจจะลงพื้นที่กวดขันตามนโยบาย แต่ก็ มาเป็นวงรอบเวลา ไม่ได้อยู่ตลอดทำให้คนเหล่านี้เลือกจะนั่งขอทานในช่วงเวลาอื่นเพื่อหลบหนีการจับกุม ของเจ้าหน้าที่

“เหมือนแมวไล่จับหนู” ต่อให้วางมาตรการเข้มขนาดไหน สุดท้ายการกวาดล้างคงหมดยาก จึงต้องอาศัยความร่วมมือจากประชาชนและนักท่องเที่ยวที่พบเจอให้แจ้งเบาะแส และงดให้เงินขอทานเหล่านี้ รวมทั้งต้อง สื่อสารให้ชาวต่างชาติรู้ว่า “การให้เงินขอทานเป็นความผิด”

ที่ผ่านมา กทม.ได้ตั้งคณะทำงานด้านคนไร้บ้านและผู้ทำการขอทานกับกระทรวง พม. ตำรวจนครบาล ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เพื่อหาแนวทางการแก้ไขปัญหาโดยการประชุมครั้งล่าสุด มี มติกวดขัน จัดระเบียบผู้ทำการขอทานบริเวณแหล่งท่องเที่ยว โดยเฉพาะขอทานต่างด้าว โดยนำร่องถนนสุขุมวิทตลอดเส้นทางตั้งแต่ใต้ทางด่วนเพลินจิตไปถึงแยกพระโขนง ก่อนเตรียมประกาศให้ถนนเส้นดังกล่าวเป็นเขตปลอดขอทาน คนไร้บ้านและสิ่งผิดกฎหมายอื่น

ส่วนสถิติการจับกุมผู้กระทำการขอทานในพื้นที่ กทม. มีรายงานว่า ในปี 64 จำนวน 34 คน ปี 65 จำนวน 94 คน ปี 66 จำนวน 209 คนและปี 67 จำนวน 331 คน (ซ้ำรายเดิม 149 คน) สะท้อนให้เห็นว่า ต่อให้มีการจับกุมอยู่ตลอดเวลาก็ยังมีคนกลับมากระทำความผิดซ้ำเดิมอยู่ดี

หรือเพราะ ”กฎหมายยังอ่อน” จึงทำให้กลุ่มคนขอทานเหล่านี้ไม่เกรงกลัว เพราะผู้ที่ทำการขอทานจะมีความผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมการขอทาน พ.ศ. 2559 ต้องโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนขอทานต่างด้าวก็จะถูกผลักดันออกนอกประเทศส่งกลับไปยังประเทศต้นทาง แต่สุดท้ายรายได้ดีก็ย้อนกลับเข้ามาทำความผิดแค่เปลี่ยนสถานที่

หลังจากนี้คงต้องรอดูการแก้ปัญหาเรื่องขอทานกันอีกครั้งว่าจะสามารถแก้ไขได้อย่างเป็นรูปธรรมหรือยั่งยืนได้หรือไม่ หลังผู้ว่าฯ ชัชชาติ และ ผบ.ตร. ประชุมด่วนหาแนวทางแก้ปัญหา ระบุสิ้นปี 67 ต้องเห็นผล.

ทีมข่าวชุมชนเมืองรายงาน