สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงริยาด ประเทศซาอุดรอาระเบีย เมื่อวันที่ 25 ธ.ค. ว่า ซาอุดีอาระเบีย กำลังใช้เงินหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อเปลี่ยนแปลงชื่อเสียงของประเทศ เกี่ยวกับข้อจำกัดทางศาสนาที่เข้มงวด และการละเมิดสิทธิมนุษยชน ให้กลายเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวและความบันเทิง ภายใต้แผน “วิสัยทัศน์ 2030” หรือ วิชั่น 2030 ของเจ้าชายโมฮัมเหม็ด
อย่างไรก็ตาม องค์กรอิสระ (เอ็นจีโอ) ด้านสิทธิมนุษยชน “รีพรีฟ” ระบุว่า ยอดการประหารชีวิตล่าสุดของซาอุดีอาระเบีย ซึ่งรวบรวมจากการประกาศประหารชีวิต เพิ่มขึ้นอย่างมากจาก 172 รายในปี 2566 และ 196 รายในปี 2565 ซึ่งถือเป็นตัวเลขสูงสุด เท่าที่เคยมีการบันทึกไว้
ในการตรงกันข้าม ทางการซาอุดีอาระเบีย ปฏิเสธข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน พร้อมกับเสริมว่า การดำเนินการของประเทศ มุ่งเป้าไปที่การปกป้องความมั่นคงของชาติ
Executions in Saudi Arabia rise sharply in 2024 https://t.co/eaucSnelkh
— The Times of Israel (@TimesofIsrael) December 24, 2024
อนึ่ง ซาอุดีอาระเบียลงโทษประหารชีวิตผู้ต้องหาคดีอาชญากรรมที่ไม่รุนแรง มากกว่า 150 รายในปีนี้ ซึ่งกลุ่มสิทธิมนุษยชนหลายกลุ่มกล่าวว่า การกระทำข้างต้นขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ
นอกจากนี้ การประหารชีวิตส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการลักลอบขนยาเสพติด ท่ามกลางการหลั่งไหลเข้าของ “แคปตากอน” หรือยาเสพติดที่คล้ายคลึงกับแอมเฟตามีน จากซีเรีย รวมถึงผู้ถูกตั้งข้อหาก่อการร้ายที่ไม่รุนแรง ซึ่งกลุ่มสิทธิมนุษยชนชี้ว่า ทางการซาอุดีอาระเบียมักใช้ข้อหาดังกล่าวกับผู้เข้าร่วมการประท้วงต่อต้านรัฐบาล.
เครดิตภาพ : AFP



