สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 26 ธ.ค. ว่า จีน ซึ่งมีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสองของโลก ต่อสู้กับการบริโภคภายในประเทศที่ซบเซา วิกฤติที่ยืดเยื้อในภาคส่วนอสังหาริมทรัพย์ และหนี้สาธารณะที่พุ่งสูง มานานหลายปี

ในปีนี้ รัฐบาลปักกิ่งเปิดเผยมาตรการเชิงรุกจำนวนมาก ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็น การลดอัตราดอกเบี้ย การยกเลิกข้อจำกัดในการซื้อบ้าน และการบรรเทาภาระหนี้ของรัฐบาลท้องถิ่น ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์หลายคน เรียกร้องให้มีการกระตุ้นทางการคลังโดยตรงมากขึ้น เพื่อสนับสนุนการบริโภคภายในประเทศ และฟื้นฟูเศรษฐกิจของจีนให้กลับมาแข็งแกร่งสมบูรณ์

นายหลัน ฝออัน รมว.การคลังจีน กล่าวในการประชุมที่กรุงปักกิ่ง เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า จีนจะเพิ่มอัตราส่วนการขาดดุลการคลัง เพื่อกระตุ้นระดับการใช้จ่าย รวมถึงมุ่งเน้นปรับปรุงการครองชีพ และส่งเสริมการบริโภคที่ซบเซา ตลอดจนเพิ่มการโอนเงินให้กับรัฐบาลท้องถิ่นที่มีหนี้สิน

แม้รัฐบาลปักกิ่งมีความลังเลมานาน ที่จะเพิ่มการใช้จ่ายของรัฐบาล เพื่อดึงตัวเองออกจากภาวะเศรษฐตกต่ำ เนื่องจากกลัวว่าหนี้จะเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม บรรดาผู้นำจีนให้คำมั่นในเดือนนี้ว่า จะดำเนินนโยบายการเงิน “แบบผ่อนคลายพอสมควร” และนโยบายการคลัง “เชิงรุกยิ่งขึ้น” ในปีหน้า

อนึ่ง จีนกำลังผลักดันเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจระดับชาติ อย่างเป็นทางการในปีนี้ ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 5% และเป็นเป้าหมายที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน แสดงความมั่นใจว่าสามารถบรรลุได้ แต่นักเศรษฐศาสตร์หลายคนกลับเชื่อว่า รัฐบาลปักกิ่งจะพลาดเป้าหมายนี้อย่างฉิวเฉียด.

เครดิตภาพ : AFP