สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 28 ธ.ค. ว่า ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐ (ซีดีซี) ออกแถลงการณ์ว่า เชื้อไวรัสที่ตรวจพบในลำคอของผู้ป่วยคนหนึ่ง ในรัฐลุยเซียนา ซึ่งก่อนหน้านั้นมีการยืนยันว่า ติดเชื้อไวรัสไข้หวัดนก สายพันธุ์เอช5 เอ็น1 มีการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมเล็กน้อย ซึ่งอาจทำให้ไวรัสจับกับตัวรับเซลล์บางชนิด ที่อยู่ในทางเดินหายใจส่วนบนของมนุษย์ได้มากขึ้น

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวไม่พบในนกและฝูงสัตว์ปีก ซึ่งซีดีซีคาดว่า เป็นพาหะแพร่เชื้อให้แก่ผู้ป่วยรายนี้ และยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่า การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจะทำให้เชื้อไวรัสแพร่กระจายได้ง่ายขึ้น หรือทำให้เกิดโรคร้ายแรงขึ้นในมนุษย์

แม้การกลายพันธุ์อาจทำให้เชื้อไวรัสเข้าสู่เซลล์ในร่างกายมนุษย์ได้ง่ายขึ้น แต่ซีดีซีกล่าวว่า ต้องได้รับการยืนยันด้วยการทดลองเพิ่มเติมกับสัตว์ ขณะที่การกลายพันธุ์ที่คล้ายคลึงกัน เคยถูกพบในผู้ป่วยหนักในอดีต แต่ก็ไม่ได้กระตุ้นให้เกิดการแพร่ระบาดเป็นวงกว้างในมนุษย์

อย่างไรก็ตาม ดร.แองเจลา ราสมุสเซน นักไวรัสวิทยา จากมหาวิทยาลัยซัสแคตเชวัน ในแคนาดา อธิบายว่า การกลายพันธุ์อาจไม่น่ากังวลเท่าการระบาดโดยรวม ซึ่งสิ่งนี้จะเพิ่มโอกาสที่ไข้หวัดนกจะ “รวมตัว” หรือผสมเข้าชุดยีนใหม่ (reassortment) ของไข้หวัดตามฤดูกาล ซึ่งอาจนำไปสู่วิวัฒนาการก้าวกระโดดอย่างรวดเร็วในช่วงเวลาสั้น ๆ เช่นเดียวกับกระบวนการที่ทำให้เกิดโรคระบาด ในปี 2461 และ 2552.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES