เสียงปี่เสียงกลองของสนามการเมืองท้องถิ่นครั้งสำคัญ อย่าง การเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ดังกระหึ่มแล้ว หลังจากการประกาศเปิดรับสมัคร ระหว่างวันที่ 28 พ.ค.-1 มิ.ย. 2569 และวันเข้าคูหากาบัตรลงคะแนน ในวันอาทิตย์ที่ 28 มิ.ย. 2569
นอกจากการจับตาความเคลื่อนไหวของผู้สมัครในนามอิสระ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ว่าฯ กทม.คนปัจจุบัน อย่าง “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ที่มีแนวโน้มสูงมากว่าจะลงรักษาแชมป์อีกสมัย ในส่วนของพรรคการเมืองเริ่มมีความชัดเจน โดยพรรคเก่าแก่ที่อยู่เคียงคู่การเมืองสนามเมืองหลวงมายาวนานอย่าง “ประชาธิปัตย์” ที่ล่าสุดยืนยันว่าส่งคนชิงตำแหน่งนี้แน่นอน
หากย้อนดูสถิตินับตั้งแต่เริ่มมี การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ครั้งแรกเมื่อวันที่ 10 ส.ค. 2518 จนถึงการเลือกตั้งครั้งล่าสุดเมื่อปี 2565 และกำลังก้าวเข้าสู่การเลือกตั้งครั้งใหม่ในวันที่ 28 มิ.ย. 2569 พรรคประชาธิปัตย์ส่งผู้สมัครในนามพรรค รวม 10 ครั้ง จากการเลือกตั้งทั้งหมด 11 ครั้ง เนื่องจากเว้นวรรคในปี 2539
สถิติผลเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ของพรรคประชาธิปัตย์ 10 ครั้ง
1. นายธรรมนูญ เทียนเงิน ปี 2518 ได้ 99,247 คะแนน : ชนะการเลือกตั้ง
2. นายชนะ รุ่งแสง ปี 2528 ได้ 241,001 คะแนน : แพ้ / อันดับที่ 2
3. นายประวิทย์ รุจิรวงศ์ ปี 2533 ได้ 60,947 คะแนน : แพ้ / อันดับ 3
4. นายพิจิตต รัตตกุล ปี 2535 ได้ 305,740 คะแนน : แพ้ / อันดับ 3
5. นายธวัชชัย สัจจกุล ปี 2543 ได้ 247,650 คะแนน : แพ้ / อันดับ 3

6. นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ปี 2547 ได้ 911,441 คะแนน : ชนะการเลือกตั้ง
7. นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ปี 2551 ได้ 991,018 คะแนน : ชนะการเลือกตั้ง (สมัยที่ 2)
8. ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ปี 2552 ได้ 934,602 คะแนน : ชนะการเลือกตั้ง (สมัยที่ 1)
9. ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ปี 2556 ได้ 1,256,349 คะแนน : ชนะการเลือกตั้ง (สมัยที่ 2)
10. นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ปี 2565 ได้ 254,723 คะแนน : แพ้ / อันดับ 2
สำหรับการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ในปี 2569 ต้องจับตาดูกันต่อไปว่าพรรคประชาธิปัตย์จะเปิดตัวใครสวมเสื้อสีฟ้าลงท้าชิงตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. และจะสามารถทำแต้ม โกยคะแนนเสียงได้มากน้อยแค่ไหน เพราะสนามเมืองหลวงครั้งนี้จะเป็นหนึ่งในโจทย์ใหญ่พิสูจน์ฝีมือของพลพรรค “ค่ายสีฟ้า” ในการกอบกู้ฐานเสียงสำคัญแห่งนี้ เพื่อฟื้นฟูความแข็งแกร่งของพรรคให้กลับคืนมา และจะนำไปสู่การล้างอาถรรพณ์ของการสูญพันธุ์เก้าอี้ สส.ในศึกการเมืองระดับชาติ ได้หรือไม่ หรือสุดท้ายจะเหลือเพียงชื่อในประวัติศาสตร์ว่าเป็นพรรคการเมืองที่เคยครองเมืองเพียงแค่นั้น.



