สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 2 ม.ค. ว่า ประธานาธิบดียุน ซอก-ยอล ผู้นำเกาหลีใต้ เผยแพร่แถลงการณ์ ว่าบ้านเมืองกำลังเผชิญกับภาวะอันตราย จากการที่กองกำลังทั้งภายในและภายนอกกำลังขมขู่ และคุกคามอธิปไตยของประเทศ ด้วยการดำเนินกิจกรรมต่อต้านรัฐ พร้อมทั้งยืนยันว่า จะต่อสู้เคียงข้างกับประชาชนจนนาทีสุดท้าย เพื่อปกป้องความมั่นคงของชาติ


ทั้งนี้ นายโอ ดอง-วุน ผู้อำนวยการสำนักงานสอบสวนการคอร์รัปชัน ของเจ้าหน้าที่ระดับสูงทางการเมือง (ซีไอโอ) กล่าวว่า เจ้าหน้าที่จะดำเนินการ ใช้อำนาจตามหมายจับประธานาธิบดี “ตามเวลาที่กำหนด” คือภายในวันที่ 6 ม.ค. นี้ หลังศาลอนุมัติหมายจับ เมื่อวันที่ 31 ธ.ค. ที่ผ่านมา


ผู้อำนวยการซีไอโอกกล่าวด้วยว่า กระบวนการทุกขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง “จะเป็นไปอย่างราบรื่นโดยปราศจากอุปสรรค” และเตือนว่า “บุคคลใดก็ตาม” ที่ขัดขวางการใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่ ในการจับกุมผู้นำเกาหลีใต้ตามหมายจับ ถือว่ามีความผิด และอาจเผชิญกับการถูกฟ้องร้องดำเนินคดีด้วย ฐานขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน ส่งสัญญาณเตือนไปยังทีมงานฝ่ายกฎหมายของยุน ที่กล่าวว่า “หมายจับไม่มีผลทางกฎหมาย”


อนึ่ง พนักงานสอบสวนกล่าวหายุน อยู่เบื้องหลังก่อการกบฏ และการละเมิดอำนาจ อีกทั้งไม่ให้ความร่วมมือกับกระบวนการสอบสวน โดยปฏิเสธหมายเรียกทั้ง 3 ครั้ง ในการสอบสวนคดีกฎอัยการศึก ที่ยุนประกาศเมื่อต้นเดือน ธ.ค. ปีที่แล้ว

นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของเกาหลีใต้ ที่ศาลอนุมัติออกหมายจับประธานาธิบดีที่ยังอยู่ในวาระ แม้สภานิติบัญญัติแห่งชาติมีมติถอดถอน และทำให้ยุนต้องระงับการปฏิบัติหน้าที่ ตั้งแต่วันที่ 14 ธ.ค. ที่ผ่านมา


ขณะที่ศาลรัฐธรรมนูญอยู่ระหว่างพิจารณาญัตติของสภาในการถอดถอนยุน และต้องประกาศคำพิพากษาภายใน 180 วัน นับตั้งแต่วันที่ 14 ธ.ค. ว่าเห็นชอบหรือคัดค้านมติของสภา ซึ่งการเห็นชอบเท่ากับเป็นการที่ผู้นำเกาหลีใต้ต้องพ้นจากตำแหน่งอย่างเป็นทางการ ส่วนการคัดค้านหมายถึง การคืนตำแหน่งให้ยุนอยู่ในวาระต่อจนครบในปี 2570.

เครดิตภาพ : AFP