การแข่งขันฟุตบอลอาเซียนคัพ 2024 ใกล้ได้รู้แล้วว่าใครจะเป็นแชมป์ หลังจากรอบชิงชนะเลิศ นัดแรก ที่เวียตตรี สเตเดียม “ดาวทอง” เวียดนาม ชนะ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย ไปก่อน 2-1 โดย เหงียนซวนซอน ดาวยิงสัญชาติบราซิล ยิง 2 ประตูให้เวียดนาม ส่วนของไทยได้ เฉลิมศักดิ์ อักขี แก้ตัวจากโดนฉกไปยิงลูก 2 มาโขกตีไข่แตกให้ไทย ซึ่งเขาก็กลายเป็นนักเตะคนแรกที่ทำประตูให้ทีมชาติไทยในปี 2568 ด้วย
ส่วนรอบชิงชนะเลิศนัด 2 เตะที่ราชมังคลากีฬาสถาน วันที่ 5 ม.ค. 68 เวลา 20.00 น. ถ่ายทอดสด ไทยรัฐทีวี, ไทยรัฐออนไลน์ ทั้งเฟซบุ๊ก ยูทูบ, เว็บไซต์/AIS PLAY/ยูทูบ BG SPORTS/เฟซบุ๊ก นกพลัส/True sport2 ช่อง 667 โดยจะนับผลรวม 2 นัด ไม่มีกฎอเวย์โกล

ส่วนบัตรเข้าชมเกมนัด 2 ที่ราชมังคลากีฬาสถาน วันที่ 5 ม.ค. 68 ซึ่ง ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ เปิดขายเมื่อวันที่ 2 ม.ค. 68 ราคา 200/250/300/400/500 บาท เพียงไม่ถึง 2 ชั่วโมง ก็ขายหมด ความจุเกือบ 4.7 หมื่นที่นั่ง ล่าสุดมีรายงานว่า มีคนนำตั๋วมาเก็งกำไร ราคาดีดสุดๆ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ถึงช่วงบ่ายวันที่ 3 ม.ค. 68 โซนยอดฮิตอย่าง โซน N ฝั่งหลังโกลทิศเหนือ จาก 200 บาท พุ่งไป 1,000 บาท ขณะที่อีกโซนยอดนิยมคือ โซน E1 ฝั่งตะวันออก ชั้นล่างติดสนาม จาก 400 บาท พุ่งเป็น 2,000 บาท
ด้าน โซน S จาก 200 บาท เป็น 850 บาท ขณะที่ W1 ฝั่งหลังคาชั้นล่างติดสนาม จาก 500 บาท เป็น 1,900 บาท
แต่ที่โหดจัดคือ ที่นั่งฝั่งทีมเยือนของเวียดนาม ซึ่งมีตั๋วน้อย ทำให้ราคาพุ่งสูงมาก จากเดิม 500 บาท ปรากฏว่ามีการซื้อขายกันถึงราคา 8,000 บาทแล้ว เนื่องจากแฟนบอลเวียดนามบินมาเชียร์เยอะมาก และหลายคนก็ยังหาตั๋วไม่ได้ ต้องซื้อตามตลาดมืด
ด้าน “มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ กล่าวว่า ตนได้ประสาน การกีฬาแห่งประเทศไทย และ ไทยรัฐ ทีวี เพื่อติดตั้งจอยักษ์บริเวณราชมังคลากีฬาสถาน ด้านหน้าอินดอร์ สเตเดียม หัวหมาก เพื่อให้แฟนบอลที่พลาดในการซื้อบัตรเข้าชม ซึ่งจำหน่ายหมดแล้ว มีโอกาสเชียร์ ทีมชาติไทย ไปพร้อมกัน ในเกมวันที่ 5 ม.ค. 68




