เมื่อวันที่ 30 ต.ค. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า จากการติดตามสถานการณ์น้ำฝนร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ในช่วงเดือน ก.ย.-ต.ค. 64 พบว่า แม้บางพื้นที่มีปริมาณฝนตกมาก แต่ในบางพื้นที่ยังมีปริมาณฝนตกน้อย ทำให้แหล่งน้ำมีปริมาณน้ำกักเก็บน้อยไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้น้ำในช่วงฤดูแล้ง ประกอบกับรัฐบาลมีความห่วงใยสถานการณ์น้ำของประเทศที่ส่งผลกระทบต่อประชาชน ทั้งพื้นที่ที่มีปริมาณฝนตกมากจนเกิดน้ำท่วม และพื้นที่มีปริมาณฝนตกน้อย จึงวางแนวทางแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านน้ำอย่างเป็นระบบ ซึ่ง ปภ.ได้กำหนดแนวทางปฏิบัติการแก้ไขปัญหาในมิติเชิงพื้นที่ โดยประสานจังหวัดร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ อำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สำรวจแหล่งน้ำที่มีความจำเป็นต้องเพิ่มปริมาณน้ำ เพื่อกักเก็บน้ำสำหรับอุปโภคบริโภคและการประกอบอาชีพโดยเฉพาะแหล่งน้ำที่มีปริมาณน้ำน้อยและมีความเหมาะสม ในการใช้เครื่องสูบส่งน้ำระยะไกลควบคู่กับการสำรวจแหล่งน้ำต้นทางที่มีปริมาณน้ำมากหรือเพียงพอ รวมถึงวางแผนสูบระบายน้ำในพื้นที่น้ำท่วมไปกักเก็บไว้ในแหล่งน้ำที่มีปริมาณน้ำน้อย โดยได้นำร่องสั่งใช้เครื่องสูบน้ำตามความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่สูบน้ำไปกักเก็บในแหล่งน้ำแล้ว รวม 9 จังหวัด ได้แก่เพชรบุรี สมุทรปราการ ร้อยเอ็ด นครราชสีมา เพชรบูรณ์ สกลนคร กำแพงเพชร ศรีสะเกษ และอุดรธานี
ทั้งนี้ ตั้งแต่เดือน พ.ย. 64 ปภ.ได้ขยายพื้นที่ดำเนินการเพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้ง โดยมีจังหวัดที่ได้ดำเนินการสำรวจแหล่งน้ำไปแล้ว จำนวน 48 จังหวัด ได้แก่ กำแพงเพชร ชัยนาท ชุมพร เชียงราย ตาก บุรีรัมย์ ปราจีนบุรี พะเยา พัทลุง พิจิตร มุกดาหาร แม่ฮ่องสอน ยโสธรสกลนคร สุรินทร์ หนองบัวลำภู อำนาจเจริญ อุตรดิตถ์ อุบลราชธานี เชียงใหม่ ลำปางเพชรบูรณ์ ลพบุรี อุทัยธานี ราชบุรี พระนครศรีอยุธยา นครนายก อ่างทอง ชลบุรี ระยองมหาสารคาม ร้อยเอ็ด ศรีสะเกษ อุดรธานี นครราชสีมา หนองคาย ขอนแก่น นครสวรรค์ น่านปทุมธานี ประจวบคีรีขันธ์ พิษณุโลก เพชรบุรี ยะลา ลำพูน เลย สงขลา และสระแก้ว สำหรับการดำเนินการสูบน้ำศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่ได้วางแผนสั่งใช้เครื่องสูบส่งน้ำให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งในวันที่ 1 พ.ย. 64 ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตจะลำเลียงเครื่องสูบส่งน้ำทุกประเภท ทั้งเครื่องสูบส่งน้ำที่มีสมรรถนะสูง และเครื่องสูบน้ำขนาดต่างๆ ไปยังพื้นที่เป้าหมาย ในระยะต่อไป ปภ.ตั้งเป้าขยายผลการดำเนินการให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนจากปัญหาด้านน้ำให้ได้มากที่สุด
อย่างไรก็ตาม การเตรียมสำรองน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้งดังกล่าวสอดรับกับข้อสั่งการของ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย (มท.) ที่ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะการสูบระบายน้ำในพื้นที่อุทกภัยไปกักเก็บไว้ในแหล่งน้ำที่มีปริมาณน้ำน้อย ถือเป็นการพลิกวิกฤติอุทกภัยให้เป็นประโยชน์ เพื่อให้ประชาชนมีน้ำอุปโภคบริโภคเพียงพอตลอดช่วงฤดูแล้ง.



