น.ส.ยุพาภรณ์ ศิริกิจพาณิชย์กูล ผู้ช่วยปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า การแก้ไข พ.ร.บ.ไปรษณีย์ พ.ศ.2477 ได้ปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะไปแล้ว โดยก่อนหน้านี้ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นตั้งแต่ 25 พ.ย. 67 ถึงวันที่ 9 ธ.ค. 67 ขณะนี้จึงอยู่ระหว่างการสรุปผลการรับฟังความคิดเห็น คาดว่าจะสามารถเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาไม่เกินเดือน เม.ย. 68 นี้
“บทสรุปการแก้ไขกฎหมายดังกล่าวยังไม่สามารถตอบได้ว่าจะเป็นการยกเลิกกฎหมาย หรือเป็นเพียงการแก้ไขกฎหมาย เนื่องจากกฎหมายดังกล่าวถูกใช้มานาน 90 ปีแล้ว ซึ่งบริบทในปัจจุบันของธุรกิจขนส่งมีการเปลี่ยนไป มีการแข่งขันที่มากขึ้น มีผู้ประกอบการหลายราย จึงต้องมีการควบคุมเรื่องคุณภาพด้วย แต่อย่างไรก็ตามจะต้องมีกฎหมายลูกออกมาอย่างแน่นอน โดยต้องคำนึงถึงความยืดหยุ่นเพื่อให้สอดคล้องกับเทคโนโลยี การแข่งขัน และเพื่อประโยชน์ต่อการใช้บริการของประชาชน”
ทั้งนี้ กระทรวงดีอีได้ว่าจ้าง ม.หอการค้าไทย ในการดำเนินการศึกษาเรื่องดังกล่าว โดยมีการนำกฎหมายไปรษณีย์จากประเทศต่างๆ มาเปรียบเทียบทั้งประเทศในประเทศแถบสแกนดิเนเวีย และประเทศเพื่อนบ้าน เช่น อินโดนีเซีย เนื่องจากเป็นประเทศที่มีเกาะจำนวนมาก ดังนั้นสามารถนำมาเทียบเคียงกับการส่งไปรษณีย์ทางไกล และพื้นที่ทุรกันดารของประเทศไทยได้ แต่การให้บริการในประเทศไทยคงไม่ต้องถึงขั้นทำในรูปแบบระบบใบอนุญาต แต่จะเน้นการจดแจ้งการให้บริการมากกว่า
อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี ได้ลงประกาศสำนักงานปลัดกระทรวงดีอี เรื่อง ประเมินผลสัมฤทธิ์ของพระราชบัญญัติไปรษณีย์ พุทธศักราช 2477 โดยมีสาระสำคัญของการแก้กฎหมายคือจะช่วยให้ประชาชนได้รับบริการเกี่ยวกับการรับรวบรวมส่งจ่ายและส่งมอบไปรษณีย์ภัณฑ์อย่างทั่วถึงสะดวกรวดเร็ว และประชาชนทุกคนสามารถใช้บริการได้อย่างทั่วถึงทุกพื้นที่ทั่วประเทศในราคาที่สามารถจ่ายได้อย่างเหมาะสม อีกทั้งเป็นการคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิในความเป็นส่วนตัวและเสรีภาพในการสื่อสารของบุคคลโดยทางไปรษณีย์อันเป็นบริการไปรษณีย์พื้นฐานโดยทั่วถึง.



