สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 8 ม.ค. ว่า นายมาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้ง และประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของเมตา ระบุในโพสต์ว่า เมตาจะปลดผู้ตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Checking) ซึ่งมีอคติทางการเมืองมากเกินไป และทำลายความไว้วางใจมากกว่าที่พวกเขาสร้างไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสหรัฐ

ขณะเดียวกัน แพลตฟอร์มต่าง ๆ ของเมตา รวมถึงเฟซบุ๊ก และอินสตาแกรม จะใช้ฟีเจอร์ “Community Notes” หรือบันทึกชุมชน ที่คล้ายคลึงกับแพลตฟอร์ม “เอ็กซ์” โดยจะเริ่มดำเนินการในสหรัฐเป็นที่แรก

ทั้งนี้ การประกาศที่น่าประหลาดใจของเมตา สะท้อนถึงการร้องเรียนที่มีมาอย่างยาวนานจากพรรครีพับลิกันของทรัมป์ และนายอีลอน มัสก์ เจ้าของแพลตฟอร์มเอ็กซ์ เกี่ยวกับการตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งหลายคนในฝ่ายอนุรักษนิยมมองว่า เป็นการเซ็นเซอร์ โดยให้เหตุผลว่า การดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง พุ่งเป้าไปที่เสียงของฝ่ายขวา จนทำให้เกิดการเสนอกฎหมายในรัฐต่าง ๆ เช่น รัฐฟลอริดา และรัฐเทกซัส เพื่อจำกัดการกลั่นกรองเนื้อหา

อนึ่ง ทรัมป์วิพากษ์วิจารณ์เมตา และซัคเคอร์เบิร์กอย่างรุนแรงมานานหลายปี โดยกล่าวหาว่าบริษัทมีอคติต่อเขา และขู่ว่าจะตอบโต้ซัคเคอร์เบิร์ก เมื่อเขากลับเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 20 ม.ค. นี้

ขณะที่ นางแองจี ดรอบนิก โฮแลน ผู้อำนวยการเครือข่ายตรวจสอบข้อเท็จจริงระหว่างประเทศ กล่าวว่า การตัดสินใจของเมตา เกิดขึ้นหลังมีแรงกดดันทางการเมืองที่รุนแรง ซึ่งความเคลื่อนไหวข้างต้นจะส่งผลกระทบต่อผู้ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ที่ค้นหาข้อมูลที่ถูกต้องและน่าเชื่อถือ เพื่อใช้ในการตัดสินใจเกี่ยวกับชีวิตประจำวันของพวกเขา ตลอดจนการมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนและครอบครัว.

เครดิตภาพ : AFP