การมีหน้าอกที่สวยดูเป็นธรรมชาติ มีรูปทรงตามต้องการ และดูรับกับสรีระของร่างกาย คงเป็นความใฝ่ฝันของสาว ๆ หลายคน ซึ่งทางเลือกที่จะช่วยเติมเต็มความฝันนี้ได้เป็นอย่างดีคือ “การศัลยกรรมเสริมหน้าอก” ที่นอกจากจะช่วยให้หน้าอกสวยเป็นธรรมชาติแล้ว ยังสามารถแก้ปัญหาหน้าอกหย่อนคล้อยได้เช่นกัน
การเสริมหน้าอกนั้นมีให้หลากหลายรูปแบบ หนึ่งในนั้นคือ การเสริมหน้าอกด้วยเต้านมเทียมหรือการใช้ซิลิโคน ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน บทความนี้จะพาคุณมารู้จักกับการเสริมหน้าอกด้วยซิลิโคนให้มากยิ่งขึ้น พร้อมแนะนำซิลิโคนแต่ละประเภท เพื่อให้คุณได้เลือกรูปทรงที่ตรงใจมากที่สุด
เสริมหน้าอก คืออะไร?
การเสริมหน้าอก (Breast Augmentation) คือ การผ่าตัดเพิ่มขนาดหน้าอกให้ใหญ่ขึ้น เพื่อให้หน้าอกมีรูปทรงที่สวยงามเป็นธรรมชาติตามความต้องการของผู้ใช้บริการ นอกจากนี้ ยังสามารถแก้ปัญหาหน้าอกหย่อนคล้อยเพียงเล็กน้อยให้กลับมาดูดี จึงช่วยเพิ่มความมั่นใจให้แก่ผู้ใช้บริการได้
หลัก ๆ แล้วการเสริมหน้าอกจะแบ่งออกเป็น 3 รูปแบบ ได้แก่ การเสริมหน้าอกด้วยเต้านมเทียม (Breast Implant Augmentation) การเสริมหน้าอกด้วยไขมันตัวเอง (Fat Transfer Augmentation) และการเสริมหน้าอกโดยใช้ถุงเต้านมเทียมร่วมกับการฉีดไขมันตนเอง (Hybrid breast augmentation) ซึ่งจะมีข้อดีและข้อจำกัดแตกต่างกันออกไป
เลือกซิลิโคนเสริมหน้าอกทรงไหนดี?

การเสริมหน้าอกด้วยเต้านมเทียมหรือใช้ซิลิโคนเสริมหน้าอก เป็นรูปแบบการศัลยกรรมเพิ่มขนาดหน้าให้ใหญ่ขึ้นที่ได้รับความนิยมในไทยอย่างมาก เนื่องจากใช้เวลาพักฟื้นไม่นานและมีผลข้างเคียงน้อย หากใช้ซิลิโคนที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน ก็จะมีความปลอดภัยยิ่งขึ้น ทั้งยังมีราคาที่ไม่สูงมากด้วย
ซิลิโคนสำหรับเสริมหน้าอกนั้นมีขนาดตั้งแต่ 200 CC – 400 CC และมีรูปทรงซิลิโคนหลากหลาย ผู้ที่ต้องการเสริมหน้าอกด้วยวิธีนี้ สามารถเลือกรูปทรงและขนาด CC ของถุงซิลิโคนที่ต้องการได้ โดยพิจารณาร่วมกับแพทย์ผู้ทำการผ่าตัด เพื่อให้คุณได้หน้าอกที่สวยอย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งรายละเอียดของซิลิโคนแต่ละรูปทรง มีดังนี้
ซิลิโคนทรงกลม
ซิลิโคนเสริมหน้าอกทรงกลม (Round Breast Implant) มีรูปร่างคล้ายซาลาเปา ลักษณะฐานกว้าง ขอบโค้งมน ส่วนเนื้อซิลิโคนจะค่อนข้างนุ่ม เหลว และยืดหยุ่นได้ดี จึงช่วยให้หน้าอกสวย ดูอิ่มแน่นตั้งแต่เนินอกจนถึงเต้านมส่วนล่าง ซิลิโคนทรงนี้เหมาะกับผู้ที่มีเนื้อบริเวณหน้าอกอยู่บ้าง และต้องการเติมเต็มส่วนบนของหน้าอก หรือต้องการมีหน้าอกขนาดใหญ่ ช่วยเพิ่มความสวยสะดุดตา
ซิลิโคนทรงหยดน้ำ
ซิลิโคนเสริมหน้าอกทรงหยดน้ำ (Teardrop หรือ Anatomical Breast Implant) มีรูปทรงคล้ายหยดน้ำเช่นเดียวกับหน้าอกธรรมชาติ ส่วนบนมีลักษณะใช้เป็นแนวสโลป มีความพุ่งในช่วงกลางและช่วงล่างของซิลิโคน เนื้อซิลิโคนนุ่มนิ่มและมีความยืดหยุ่น จึงช่วยเพิ่มวอลลุ่มให้ฐานล่างของเต้านม ให้หน้าอกดูสวย มีมิติทั้งในขณะนั่งและยืน
ซิลิโคนทรงหยดน้ำเหมาะกับผู้ที่มีหน้าอกสูงอยู่แล้ว ผู้ที่มีเนื้อหน้าอกน้อย หรือมีระยะห่างระหว่างหัวนมกับฐานหน้าอกไม่มาก และต้องการเสริมหน้าอกให้ดูสวยอย่างเป็นธรรมชาติ เนินอกไม่สูง ไม่เป็นก้อน และไม่ดูใหญ่จนเกินไป
ซิลิโคนทรงกึ่งหยดน้ำ
ซิลิโคนทรงกึ่งหยดน้ำ (Ergonomix Breast Implant) เป็นรูปทรงซิลิโคนที่ได้รับการออกแบบมาให้สามารถเปลี่ยนแปลงตามสรีระหรือการเคลื่อนไหวของร่างกายได้ โดยขณะนั่งหรือยืน ซิลิโคนจะดูเป็นทรงหยดน้ำ แต่หากนอนลงซิลิโคนจะดูเป็นทรงกลมนั่นเอง ภายในซิลิโคนจะมีเนื้อเจลที่นิ่ม เนื้อแน่น และมีความยืดหยุ่น ดูเป็นธรรมชาติมากกว่ารูปทรงอื่น ซิลิโคนทรงนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการมีเนินหน้าอกที่ไม่นูนสูง ดูสวยเป็นธรรมชาติ เคลื่อนไหวแล้วดูเหมือนหน้าอกจริง
ซิลิโคนที่ใช้ในการเสริมหน้าอก มีแบบไหนบ้าง?
นอกจากซิลิโคนเสริมหน้าอกจะมีหลากหลายรูปทรงแล้ว ยังมีเนื้อซิลิโคนที่แตกต่างกันอีกด้วย โดยสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภทหลัก ๆ ดังนี้
ผิวเรียบ
ซิลิโคนผิวเรียบ (Smooth Implant) มีลักษณะคล้ายถุงน้ำสีใสที่สามารถมองเห็นด้านในของถุงซิลิโคนได้ ผิวสัมผัสมีความเรียบและนิ่ม ทั้งนี้ เนื่องจากเป็นซิลิโคนที่มีผิวเรียบ หลังศัลยกรรมเสริมหน้าอกด้วยซิลิโคนชนิดนี้จึงอาจมีโอกาสเกิดพังผืดได้ง่าย ทั้งยังเห็นริ้วหรือขอบของซิลิโคนได้ชัดในกรณีที่ผู้เข้ารับการผ่าตัดมีเนื้อหน้าอกน้อย ดังนั้นหลังศัลยกรรมจึงต้องคอยนวดหน้าอกตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อลดโอกาสเกิดพังผืดที่หน้าอกบริเวณรอบซิลิโคน
ผิวทราย
ซิลิโคนผิวทราย (Siltex Implant) เป็นซิลิโคนที่มีสีขุ่น เนื้อละเอียด และมีความสากเพียงเล็กน้อย ทำให้สามารถยึดตัวกับเนื้อเยื่อบริเวณโดยรอบได้ดี จึงช่วยลดและชะลอโอกาสการเกิดพังผืดบริเวณรอบซิลิโคนได้มากขึ้น นอกจากนี้ ซิลิโคนชนิดผิวทรายยังมีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้นด้วย
ผิวนาโน
ซิลิโคนผิวนาโนหรือซิลิโคนชนิดผิวกำมะหยี่ (Nano texture) เป็นซิลิโคนชนิดพิเศษที่ผสมผสานลักษณะของซิลิโคนผิวเรียบและซิลิโคนผิวทรายเข้าด้วยกัน มีสีขุ่น ผิวเนียนละเอียด ไม่เรียบหรือหยาบขรุขระจนเกินไป สามารถยึดเกาะกับเนื้อเยื่อรอบซิลิโคนได้ดี และมีความยืดหยุ่นสูง โอกาสการเกิดพังผืดจึงน้อยลง ทั้งยังไม่ต้องนวดหน้าอกบ่อย ๆ หลังศัลยกรรม ทำให้หน้าอกดูมีความเป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น ตลอดจนมีอายุการใช้งานที่มากขึ้นเช่นกัน
วิธีผ่าตัดเสริมหน้าอก มีขั้นตอนอย่างไร?
การผ่าตัดเสริมหน้าอกอาจมีเทคนิคการผ่าตัดแตกต่างกันไป เช่น เทคนิคการใช้กรวย (Funnel) หรือเทคนิคการส่องกล้องแบบ Endocopy ขึ้นอยู่กับศัลยแพทย์ที่ทำการผ่าตัดและคลินิกที่เลือกศัลยกรรมหน้าอก แต่โดยทั่วไปแล้ว วิธีผ่าตัดเสริมหน้าอกจะมีขั้นตอนหลัก ๆ ดังนี้
- วิสัญญีแพทย์ดมยาสลบให้กับคนไข้แบบ 1:1
- ศัลยแพทย์เริ่มทำการผ่าตัดเสริมหน้าอก โดยเริ่มผ่าตัดเปิดแผลตามตำแหน่งที่ได้วางแผนไว้กับคนไข้ ได้แก่ บริเวณรักแร้ ปานนม หรือฐานหน้าอก แล้ววางซิลิโคนเสริมหน้าอกในตำแหน่งที่เหมาะสม จากนั้นจึงเย็บปิดแผล ซึ่งจะใช้ระยะเวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมง
- คนไข้พักฟื้นหลังผ่าตัด
- แพทย์นัดคนไข้ตรวจซ้ำ 7 วันหลังผ่าตัด
การดูแลตนเองหลังเสริมหน้าอก ทำอย่างไรบ้าง?
หลังการทำศัลยกรรมเสริมหน้าอก ผู้เข้ารับบริการควรดูแลตนเองตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ และได้ผลลัพธ์ที่ดีตามต้องการ โดยวิธีดูแลตัวเองหลังเสริมหน้าอก มีดังนี้
- นวดหน้าอกหลังศัลยกรรมเสริมหน้าอกเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง 6 เดือนถึง 1 ปี ตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อป้องกันการเกิดพังผืดบริเวณรอบซิลิโคน ซึ่งจะขึ้นอยู่กับประเภทของซิลิโคนที่เลือกใช้เสริมหน้าอก
- ป้องกันไม่ให้แผลผ่าตัดสัมผัสน้ำในช่วง 1-3 วันหลังการผ่าตัด
- ควรหลีกเลี่ยงการใช้แรงช่วงแขนและการขยับตัวมาก ๆ ในช่วง 1 สัปดาห์หลังการผ่าตัด
- ไม่ยกของหนัก และงดกิจกรรมที่ต้องใช้แรงมาก ๆ ในช่วง 1 เดือนหลังผ่าตัด
- หลีกเลี่ยงการใส่ยกทรงที่มีโครงอย่างน้อย 1 เดือน โดยอาจเลือกสวมใส่ sport bar แทนได้
- หากมีอาการผิดปกติ ให้รีบเข้าพบแพทย์ทันที
สรุปเกี่ยวกับการศัลยกรรมเสริมหน้าอก
สำหรับใครที่ต้องการเสริมหน้าอกด้วยเต้านมเทียมหรือซิลิโคน ควรศึกษาข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับรูปทรงและประเภทของซิลิโคนเสริมหน้าอก รวมถึงปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญการก่อนผ่าตัด และสถานพยาบาล เพื่อให้ได้รูปทรงหน้าอกที่สวยงามตามต้องการและมีความปลอดภัย นอกจากนี้ หลังผ่าตัดควรดูแลตัวเองอย่างเหมาะสม เพื่อป้องกันพังผืดหรือผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้
SLC Hospital โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งเฉพาะทางเอสแอลซี มีศัลยแพทย์เฉพาะทางกว่า 20 ท่าน ทั้งยังมีเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย ให้คุณมีหน้าอกที่สวย ถูกใจ เสริมความมั่นใจในแบบที่เป็นคุณ ติดต่อสอบถามและปรึกษากับแพทย์ได้ผ่านช่องทางดังต่อไปนี้
Website : SLC Hospital
Facebook : SLChospital
LINE : @SLCHospital
เบอร์โทรศัพท์ : 02-714-9555



