เมื่อวันที่ 18 ก.ค. เวลา 12.40 น. (ตามเวลาท้องถิ่นนครเฉิงตู ซึ่งเร็วกว่าเวลาประเทศไทย 1 ชั่วโมง) ณ Tianfu International Convention นครเฉิงตู สาธารณรัฐประชาชนจีน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าร่วมกิจกรรม Prime Minister-Thai Private Sector Lunch eon ร่วมกับผู้บริหารระดับสูงไทย (CEO) ซึ่งเป็นภาคเอกชนไทยที่มาลงทุนในจีนจากกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ ได้แก่ ธุรกิจการเงิน อาหาร พลังงาน นิคมอุตสาหกรรม การแพทย์-สาธารณสุข ท่องเที่ยว
โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีดีใจที่ได้มานครเฉิงตูครั้งแรก รู้สึกยินดีที่พบปะกับภาคเอกชนไทยในวันนี้ การเดินทางมาเยือนอย่างเป็นทางการของรัฐบาลในครั้งนี้ ถือเป็นทริปที่มีเป้าหมายที่ชัดเจน และหนักแน่น โดยเฉพาะเรื่องการส่งเสริมการค้าและการลงทุนระหว่างกันในอุตสาหกรรมใหม่ ซึ่งในการพบหากับท่านประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เมื่อวันที่ 17 ก.ค. ก็รับการยืนยันจาก ประธานาธิบดีจีน ว่า “ไทย-จีนครอบครัวเดียวกัน” ส่วนที่จะหารือกับนายกรัฐมนตรีหลี่ เฉียง ในวันที่ 19 ก.ค. จะฝากให้ท่านทั้งสองช่วยดูแลผู้ประกอบการชาวไทยในประเทศจีนด้วย

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงกิจกรรมวันนี้ว่า ได้มาเปิดสำนักงาน BOI ณ นครเฉิงตู และงานสัมมนา Thailand-China (Sichuan) Investment and Economic Forum บ่ายนี้ เป็นการปักหมุดและประกาศว่า ไทยจริงจังในการยกระดับความร่วมมือทางการค้าในระดับท้องถิ่น โดยได้มอบหมายให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ รัฐมนตรีและหัวหน้าศูนย์ราชการที่กำกับดูแลกระทรวงเศรษฐกิจและการลงทุน เอกอัครราชทูต เลขาฯ บีโอไอ ร่วมหารือแลกเปลี่ยนความคิด โอกาส และความท้าทาย ในการดำเนินธุรกิจของภาคเอกชนไทยในจีนโดยเฉพาะมณฑลเสฉวน
โดยนายกรัฐมนตรี ได้ย้ำความพร้อมของไทย ว่า รัฐบาลมีหน้าที่แสวงความร่วมมือ สร้างโอกาสให้กับประเทศ ให้กับภาคเอกชน ภายใต้หลักธรรมาภิบาล ดังนั้น รัฐ-เอกชน ต้องทำงานร่วมกัน ยึดหลัก โปร่งใส ตรวจสอบได้ คือ หลักธรรมาภิบาล โดยรัฐมีหน้าที่อำนวยความสะดวก เช่น การปรับแก้กฎหมายที่เป็นอุปสรรค เป็นต้น จึงขอเอกชนมีความมั่นใจว่าไทยมีความพร้อม และให้เชื่อมั่นรัฐบาลชุดนี้จะอำนวยความสะดวกและเป็นลู่ทางการลงทุนของเอกชนไปสู่เป้าหมายที่สูงสุด เอกชนไทยแข็งแกร่ง เติบโต ไม่เพียงตลาดจีนรวมถึงตลาดโลก ดังนั้น หน้าที่ของรัฐบาลตอนนี้ คือ ต้องเร่งเจรจา FTA กับคู่ค้าสำคัญต่างๆ

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณภาคเอกชนไทยทุกคนที่ร่วมเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ พร้อมย้ำว่า รัฐบาลมีหน้าที่สร้างโอกาส ส่วนเอกชนคือผู้สร้างความสำเร็จ หากเราทำงานร่วมกันในฐานะ “ทีมไทยแลนด์” ด้วยเป้าหมายเดียวกัน เชื่อมั่นว่า ไทยจะไม่เพียงเติบโตในตลาดจีน แต่จะก้าวสู่ตลาดโลกได้อย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน



