สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองซีแอตเทิล ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 14 ม.ค. ว่าบริษัทสตาร์บัคส์ เครือร้านกาแฟรายใหญ่ระดับโลกของสหรัฐ ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับ “ระเบียบปฏิบัติใหม่” ว่านับตั้งแต่วันที่ 27 ม.ค. นี้ ลูกค้าที่ใช้บริการร้านสตาร์บัคส์ทุกสาขาในอเมริกาเหนือ ต้องซื้อเครื่องดื่มหรือสินค้าใดก็ตามของสตาร์บัคส์ หากประสงค์ใช้ห้องน้ำ หรือนั่งเล่นพักผ่อนหย่อนใจภายในร้าน


ขณะเดียวกัน มาตรการใหม่ยังห้าม “การเลือกปฏิบัติหรือการล่วงละเมิด ตลอดจนการก่อกวน การสูบบุหรี่ทั้งบุหรี่ปกติและบุหรี่ไฟฟ้า การใช้ยาเสพติด การขอทาน และการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่นำมาจากภายนอก” ภายในอาณาเขตร้านของสตาร์บัคส์ และพนักงานสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือจากตำรวจได้ “หากมีความจำเป็น” ซึ่งสตาร์บัคส์จะอบรมพนักงานในเรื่องนี้ต่อไป

ABC 7 Chicago


ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของสตาร์บัคส์ เป็นการเปลี่ยนแปลงนโยบายครั้งสำคัญ จากที่เคยใช้นโยบาย “เปิดกว้าง” เมื่อปี 2561 ซึ่งอนุญาตให้ประชาชนสามารถเข้ามานั่งในร้าน หรือขอใช้ห้องน้ำได้ โดยไม่จำเป็นต้องซื้อเครื่องดื่มและสินค้าชนิดใดก็ตาม โดยตอนนั้นสตาร์บัคส์ให้เหตุผลว่า “เพื่อลดการเลือกปฏิบัติ และเพื่อความเท่าเทียม”


อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่นั้นมากลับมีรายงาน การเกิดเหตุวุ่นวายและอันตรายต่อเนื่อง ตามร้านหลายสาขาของสตาร์บัคส์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อพนักงาน ท่ามกลางยอดขายที่ลดลง นับตั้งแต่ยุคการแพร่ระบาดใหญ่ของโรคโควิด-19


กระนั้น สตาร์บัคส์จะมีนโยบายจูงใจมากขึ้น ให้กับลูกค้าที่ซื้อเครื่องดื่มและสินค้าภายในร้าน อาทิ การเติมกาแฟร้อนหรือเย็น 1 ครั้ง โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม.

เครดิตภาพ : AFP