เมื่อวันที่ 17 ม.ค. พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ว่า ที่ประชุมได้หารือถึงการปรับปรุงข้อบังคับคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาว่าด้วยการบริหารสำนักงาน พ.ศ. 2562 โดยในข้อบังคับดังกล่าวที่ประชุมขอให้มีการตัดคำว่าผู้แทนออก เนื่องจากมองว่าการบริหารงานของ สกสค.ทุกเรื่องถือเป็นเรื่องที่สำคัญเพราะความเป็นรูปแบบของคณะกรรมการไม่ควรใช้คำว่าผู้แทน อีกทั้งขณะนี้ สกสค.กำลังอยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างหน่วยงานจึงได้มีการปรับถ้อยคำในข้อบังคับฉบับดังกล่าวให้มีความเหมาะสม เช่น ตำแหน่งรักษาการอาจมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่แทน หรือมอบอำนาจเลขาธิการ สกสค.ให้แต่งตั้งบุคคลที่เหมาะสมได้ ขณะเดียวกันที่ประชุมยังได้รายงานงบดำเนินการด้านการเงินของ สกสค. ซึ่งตนได้รับทราบและมอบหมายให้มีการติดตามงบดำเนินการต่างๆ ที่ยังคั่งค้างอยู่ โดยขอให้ติดตามดำเนินการให้เสร็จสิ้น
รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้มอบอำนาจเลขาธิการ สกสค.ดำเนินการที่เกี่ยวกับคดีความต่างๆ ที่ผ่านมา โดยให้มีอำนาจในการดำเนินการ เพราะขณะนี้เรากำลังเก็บกวาดหน่วยงานให้มีประสิทธิภาพ เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการติดตามคดีเก่าที่คั่งค้าง รวมถึงไปหารือกับผู้เชี่ยวชาญฝ่ายกฎหมายในการทำงานให้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรมมากขึ้น เช่น คดีการฟ้องร้องที่สกสค.ได้รับความเสียหายจากการนำเงินไปซื้อตั๋วสัญญาใช้เงินกับบริษัทบิลเลี่ยน อินโนเวทเท็ด กรุ๊ป จำกัด เป็นต้น โดยตนได้กำชับว่าในการติดตามเรื่องคดีความต่างๆ อย่าทำให้เกิดความเสียหายและอย่าทำให้คดีขาดอายุความ และการติดตามคดีที่คั่งค้างเก่านั้นจะต้องรายงานกลับมาให้ตนรับทราบทุกๆ 3 เดือนด้วย ส่วนโครงการการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) นั้น ที่ประชุมรายงานให้รับทราบว่ามีความก้าวหน้าดีมาก สำหรับการปรับโครงสร้าง สกสค.นั้นจะมีการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ รวมถึงระบบเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ หรือ เอไอ เข้าใช้ในการบริหารจัดการองค์กร ซึ่งจะส่งผลให้มีความก้าวหน้าด้านสวัสดิการและสวัสดิภาพของครู



