เมื่อวันที่ 18 ม.ค. 68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภาคส่วนเอ็นจีโอหลายองค์กรได้แสดงการมีส่วนร่วมกับวาระสมรสเท่าเทียม ที่จะจดทะเบียนได้วันแรก 23 ม.ค. นายนิกร ฉิมคง ผู้อำนวยการองค์กรบางกอกเรนโบว์ ซึ่งเป็นเอ็นจีโอด้านสุขภาพและสิทธิมนุษยชนเพื่อกลุ่มหลากหลายทางเพศ กล่าวว่า บางกอกเรนโบว์ได้ทำโครงการ Bangkok Love Win โดยจะจัดส่งทีมกามเทพ เพื่อเป็นพยานรัก และสังเกตการณ์ความพร้อมและบรรยากาศของการให้บริการจดทะเบียนสมรสเท่าเทียม เป็นวันแรกแห่งประวัติศาสตร์ของประเทศไทย ในวันที่ 23 ม.ค. ณ สำนักงานเขต ทั่วกรุงเทพมหานคร เพื่อเป็นการสังเกตการณ์ความพร้อมและความเข้าใจในการให้บริการของเจ้าหน้าที่รัฐในการรับจดทะเบียนสมรสเท่าเทียมวันแรก

“หน่วยงานภาครัฐหลายแห่ง ทั้งระดับท้องถิ่นและระดับประเทศได้จัดกิจกรรมเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ออกไปว่า มีความพร้อม ความเข้าใจ ในการให้บริการอย่างมืออาชีพ และเป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ เราเป็นองค์กรปกป้องสิทธิความหลากหลายทางเพศที่มีส่วนขับเคลื่อนสมรสเท่าเทียมมายาวนานกว่า 20 ปี จึงอยากเห็นความสุขของคู่รักเพศเดียวกัน ที่จูงมือกันมาจดทะเบียนอย่างไม่มีปัญหาและอุปสรรคใดๆ และหากคู่รักใดที่ไม่ได้นำพยานมาในวันนั้นด้วย ทีมกามเทพของบางกอกเรนโบว์ที่อยู่ตามหน่วยรับจดทะเบียนต่างๆ ก็พร้อมที่จะเป็นพยานรักให้กับคู่รักนั้น หรือหากคู่รักใดที่มีปัญหาอุปสรรคใดในการจดทะเบียนสมรสเท่าเทียม สามารถโทรแจ้งร้องเรียนได้ที่ 02-2361555 ตลอด 24 ชม.” นายนิกร กล่าว

นายนิกร กล่าวว่า “การจดทะเบียนวันแรกอาจมีคู่รักเพศเดียวกันจูงมือกันมาจดทะเบียนไม่มากนัก อาจไม่คึกคักพอสมควร เพราะแต่ละฝ่าย อาจจะต้องใช้เวลาในการศึกษาสิทธิด้านกฎหมายสมรสเท่าเทียมให้ลึกซึ้ง และต้องมีความมั่นใจอย่างแน่วแน่ ที่จะตกลงจูงมือกันเข้าสู่ระบบกฎหมายสมรสเท่าเทียม ปัญหาสำคัญอีกอย่างคือ การที่คู่รักเพศเดียวกัน จะต้องฟันฝ่าอุปสรรคการยอมรับจากครอบครัวมากกว่าคู่รักชายหญิงทั่วไป หลายคู่บอกว่า ไม่กล้าจด เพราะกลัวที่บ้านตกใจ ที่บ้านยังรับไม่ได้ คู่รักยังไม่เปิดเผย หรือคู่รักที่มีอีกฝ่ายเป็นคนรักสองเพศ (ไบเซ็กช่วล) เคยมีการสมรสกับฝ่ายหญิงอยู่เดิม และจากกันไปนานแล้ว แต่ตามตัวมาหย่าไม่ได้ ก็ยังไม่สามารถจดทะเบียนกับคู่รักเพศเดียวกันได้ หรือหลายคู่มองว่า ไม่จำเป็นต้องรีบมาจดทะเบียนในวันแรก เพราะอาจจะดูวุ่นวาย” นายนิกร กล่าว และว่า เชื่อว่า คู่ส่วนใหญ่ที่จะจูงมือกันมาจดทะเบียนในวันแรก น่าจะเป็นคู่ชีวิตที่อยู่กันมาอย่างยาวนานเกิน 10 ปีขึ้นไป จนได้รับการยอมรับจากครอบครัว ซึ่งเขารอสมรสเท่าเทียมมาตลอดชีวิต
ผอ.บางกอกเรนโบว์ กล่าวว่า หลังจากมีการจดทะเบียนสมรสเท่าเทียมนี้แล้ว สิ่งที่จะเป็นปัญหาต่อไปก็คือ กฎ ระเบียบ และสวัสดิการต่างๆ ของภาครัฐ ภาคเอกชน ที่จะต้องมีการปรับให้พนักงานที่จดทะเบียนสมรสเท่าเทียม ได้รับสิทธิประโยชน์อย่างเท่าเทียมกับคู่รักชายหญิงทั่วไป ซึ่งตรงนี้ ทางองค์กรบางกอกเรนโบว์ จะต้องติดตามต่อไป



