สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 7 ก.พ. ว่าสำนักงานตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศโคเปอร์นิคัส (ซี3เอส) ของสหภาพยุโรป (อียู) เปิดเผยว่า เดือน ม.ค. 2568 มีอุณหภูมิสูงกว่าช่วงยุคก่อนอุตสาหกรรมถึง 1.75 องศาเซลเซียส ซึ่งลากยาวมาจากอุณหภูมิ ที่ร้อนแตะจุดสูงสุดตลอดปี 2566-2567
ก่อนหน้านี้ นักวิทยาศาสตร์คาดว่า ความร้อนจะบรรเทาลงหลังปรากฏการณ์เอลนีโญพุ่งขึ้นสูงจุดสูงสุด เมื่อ ม.ค. 2567 ซึ่งลานีญาเคลื่อนตัวเข้ามาแทนที่ อย่างไรก็ตาม อุณหภูมิโลกยังคงอยู่ในระดับสูงสุดหรือเกือบสูงสุด นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
January 2025 was the warmest January ever recorded, confirmed our colleagues at @CopernicusECMWF. Last month was 1.75°C above the pre-industrial level and 0.79°C above the 1991-2020 average.
— World Meteorological Organization (@WMO) February 6, 2025
Details: https://t.co/yKz6IaWkSn pic.twitter.com/dgLtCeV1zE
นายจูเลียน นิโคลัส นักวิทยาศาสตร์ด้านสภาพอากาศของซี3เอส กล่าวว่า เดือน ม.ค. 2568 ร้อนกว่าอุณหภูมิสูงสุดของเดือน ม.ค. 2567 ถึง 0.09 องศาเซลเซียส ซึ่งถือว่าเป็นส่วนต่างที่ “สูงมาก” ในแง่ของอุณหภูมิโลก
นายสเตฟาน ราห์มสตอร์ฟ จากมหาวิทยาลัยพอตส์ดัม ในเยอรมนี ระบุว่า ถือเป็นเรื่องที่น่ากังวลอย่างยิ่งเนื่องจากในช่วง 60 ปีที่ผ่านมา ปรากฏการณ์ลานีญาในเดือน ม.ค. ทั้ง 25 ครั้ง มักทำให้โลกมีอุณหภูมิเย็นกว่าช่วงอื่น ๆ ของปี
สำนักงานโคเปอร์นิคัสคาดการณ์ว่า อุณหภูมิที่เกิดขึ้นในบางส่วนของมหาสมุทรแปซิฟิกบริเวณเส้นศูนย์สูตรกำลังบ่งชี้ว่า การเคลื่อนตัวเข้าสู่ปรากฏการณ์ลานีญา “ช้าลงหรือหยุดชะงัก” ขณะที่ปรากฏการณ์เหล่านี้จะหายไปทั้งหมดภายในเดือน มี.ค. ที่จะถึง ทั้งนี้ สำนักงานจะติดตามอุณหภูมิของมหาสมุทรอย่างใกล้ชิดตลอดทั้งปี เพื่อวิเคราะห์เบาะแสสภาพอากาศ
ขณะเดียวกัน รายงานเสริมว่า อุณหภูมิผิวน้ำทะเลของโลกอุ่นขึ้นอย่างผิดปกติตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ส่วนเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา ถือเป็นค่าสูงสุดอันดับ 2 นับตั้งแต่มีการจดบันทึกอย่างเป็นทางการ.
เครดิตภาพ : AFP



