สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย เมื่อวันที่ 9 ก.พ. ว่ากระทรวงการต่างประเทศซาอุดีอาระเบียออกแถลงการณ์ ว่ากรอบความคิดของการครอบงำแบบกลุ่มหัวรุนแรง ไม่มีทางเข้าใจอย่างถ่องแท้ได้ว่า “ดินแดนของปาเลสไตน์” มีความสำคัญมากเพียงใดต่อชาวปาเลสไตน์ ไม่ว่าจะเป็นในทางกฎหมาย ประวัติศาสตร์ และจิตใต้สำนึก


แม้แถลงการณ์ของรัฐบาลริยาด ไม่ได้พาดพิงบุคคลใดอย่างเจาะจง แต่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเชื่อว่า เป็นการตอบโต้ที่นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ผู้นำอิสราเอล ตอบคำถามของผู้สื่อข่าวในประเทศ เกี่ยวกับเรื่องปาเลสไตน์ โดยกล่าวว่า ให้มีการสถาปนารัฐปาเลสไตน์ บนดินแดนของ “รัฐซาอุดีอาระเบีย”


ทั้งนี้ การเจรจาเกี่ยวกับสถานะของชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา มีอันต้องเผชิญกับ “อุปสรรคครั้งสำคัญ” เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวระหว่างการพบหารือกับผู้นำอิสราเอล ที่กรุงวอชิงตัน เมื่อวันที่ 4 ก.พ. ที่ผ่านมา ว่าอเมริกา “จะเข้ายึดครองฉนวนกาซา ผ่านการส่งมอบโดยอิสราเอล”


หลังจากนั้น สหรัฐและ “ผู้ร่วมทุน” จะพัฒนาฉนวนกาซาให้เป็น “ริเวียราแห่งตะวันออกกลาง” อย่างไรก็ตาม ทรัมป์กล่าวว่า ผู้ที่จะเข้ามาอยู่อาศัย “ไม่ใช่ชาวฉนวนกาซา” เนื่องจากประชาชนกลุ่มนี้ “ต้องลี้ภัยอย่างถาวร” ไปอาศัยยัง “สถานที่แห่งอื่นในภูมิภาค”
ด้านเนทันยาฮูกล่าวแสดงความสนับสนุนแนวคิดดังกล่าว แต่ประชาคมระหว่างประเทศส่วนใหญ่ โดยเฉพาะโลกตะวันออกกลางและอาหรับ พร้อมใจอันออกมาประณาม


ขณะเดียวกัน ทรัมป์กล่าวด้วยว่า สถานะการเป็นรัฐของปาเลสไตน์ “ไม่ใช่เงื่อนไข” ที่ซาอุดีอาระเบียเน้นย้ำ ในการเจรจาเพื่อสถาปนาความสัมพันธ์กับอิสราเอลอีกต่อไป แต่กระทรวงการต่างประเทศซาอุดีอาระเบียปฏิเสธทันควัน โดยยืนยันว่า จะไม่มีการสถาปนาความสัมพันธ์กับอิสราเอล ตราบใดที่ยังไม่มีรัฐปาเลสไตน์.

เครดิตภาพ : AFP