สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากเมืองออกแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์ เมื่อวันที่ 10 ก.พ. ว่า นับตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. เป็นต้นไป เงื่อนไขการพิจารณาวีซ่าทองคำ หรือวีซ่าแอคทีฟ อินเวสเตอร์ พลัส จะจำกัดให้เหลือเพียง 2 ประเภทเท่านั้น ขณะที่ขอบเขตของการลงทุนซึ่งยอมรับได้จะขยายออกไป
หลังเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยรุนแรง เมื่อปี 2567 รัฐบาลนิวซีแลนด์ต้องการใช้ประโยชน์จากอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง เพื่อยกระดับประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจ และกำลังดำเนินการปรับปรุงกฎระเบียบการลงทุนจากต่างประเทศ จัดตั้งหน่วยงานเพื่อให้บริการผู้จัดการกองทุนต่างประเทศครบวงจร และผ่อนปรนกฎระเบียบ เพื่อให้ผู้คนสามารถทำงานจากระยะไกลได้ หวังดึงดูดให้ผู้ที่มีทักษะสูงย้ายถิ่นฐานอย่างถาวร
New Zealand is simplifying its so-called “golden visa” program, including removing an English language requirement, to attract wealthy immigrants and help spark an economic recovery. https://t.co/WdWXaiIGf3
— Bloomberg Asia (@BloombergAsia) February 9, 2025
จนถึงปัจจุบัน วีซ่าทองคำประสบความสำเร็จ ในการดึงดูดบุคคลที่มีฐานะร่ำรวยให้มาที่นิวซีแลนด์ และทำรายได้เฉลี่ย 1,000 ล้านดอลลาร์นิวซีแลนด์ต่อปี (ราว 19,186 ล้านบาท) แต่กลับซบเซาลง หลังมีการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบ เมื่อช่วงปลายปี 2565 ส่งผลให้มีใบสมัครเพียง 43 ใบเท่านั้น ที่ได้รับการอนุมัติ ซึ่งเทียบเท่ากับกองทุนการลงทุน 545 ล้านดอลลาร์นิวซีแลนด์ (ราว 10,456 ล้านบาท)
ทั้งนี้ วีซ่าแบบใหม่จะแบ่งออกเป็น 2 หมวดหมู่ ได้แก่ “ความเสี่ยงสูงหรือการเติบโต” ซึ่งกำหนดให้ลงทุนขั้นต่ำ 5 ล้านดอลลาร์นิวซีแลนด์ (ราว 95 ล้านบาท) ในระยะเวลา 3 ปี ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนโดยตรงในธุรกิจหรือกองทุน และผู้ถือวีซ่าต้องใช้เวลาอยู่ในประเทศเพียง 21 วัน
“ความเสี่ยงสมดุลหรือความเสี่ยงผสม” ต้องมีการลงทุนขั้นต่ำ 10 ล้านดอลลาร์นิวซีแลนด์ (ราว 191 ล้านบาท) ในระยะเวลา 5 ปี โดยครอบคลุมพันธบัตร หุ้น การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ใหม่ ซึ่งรวมถึงที่อยู่อาศัย อสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ และอุตสาหกรรมที่มีอยู่ ซึ่งผู้ถือวีซ่าต้องใช้เวลาในนิวซีแลนด์อย่างน้อย 105 วัน เว้นแต่จะลงทุนเกินขั้นต่ำ.
เครดิตภาพ : AFP



