เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสุรินทร์ได้รับเสียงสะท้อนจากคณะครู ผู้ปกครอง และนักเรียน โรงเรียนนิคมสร้างตนเองปราสาท 3 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 3 ต.โคกสะอาด อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้ความช่วยเหลือในการสร้างบังเกอร์หลบภัยเพิ่มเติมภายในโรงเรียน หลังปัจจุบันมีเพียง 1 จุด ซึ่งชุมชนร่วมกันจัดสร้างขึ้นเอง และมีขนาดเล็ก ไม่เพียงพอต่อจำนวนนักเรียนทั้งหมด

โรงเรียนแห่งนี้อยู่ห่างจากแนวชายแดนไทย-กัมพูชาประมาณ 15 กิโลเมตร แม้จะไม่ได้อยู่ในอำเภอติดชายแดนโดยตรง แต่ถือเป็นพื้นที่ชายขอบที่อยู่ติดกับ อ.พนมดงรัก ซึ่งเป็นพื้นที่ชายแดน ทำให้หลายฝ่ายยังกังวลต่อสถานการณ์ความไม่สงบที่อาจเกิดขึ้นได้

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่พบว่า คณะครูนำโดย น.ส.พรรธน์ชญมน พัชรณภัสสกุล ผู้อำนวยการโรงเรียน ได้ร่วมกันซักซ้อมแผนเผชิญเหตุให้กับนักเรียนจำนวน 84 คน ตั้งแต่ระดับอนุบาล 2 ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยจำลองสถานการณ์ขณะเด็กกำลังเล่นกีฬาอยู่กลางสนาม ก่อนเปิดสัญญาณเตือนภัยให้เด็กหมอบราบกับพื้น ใช้มือปิดหู และเมื่อสถานการณ์สงบจึงรีบวิ่งเข้าหลุมหลบภัยที่อยู่ห่างจากอาคารเรียนกว่า 250 เมตร โดยมีรุ่นพี่คอยช่วยดูแลน้อง ๆ ระหว่างวิ่งเข้าหลุมหลบภัย

อย่างไรก็ตาม บังเกอร์ดังกล่าวสร้างจากท่อซีเมนต์ ขนาดกว้างประมาณ 1 เมตร จำนวน 2 ช่อง รองรับนักเรียนได้เพียงประมาณ 30 คนเท่านั้น ทำให้ยังมีนักเรียนอีกกว่า 50 คน ที่ไม่สามารถเข้าหลบภัยได้ทั้งหมด

ด.ช.จิรายุ แก้วปทุม นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 กล่าวว่า อยากให้มีบังเกอร์ขนาดใหญ่ขึ้น เพราะของเดิมเล็กและไม่เพียงพอ หากเกิดเหตุอันตรายขึ้นจริง เด็กนักเรียนอาจได้รับอันตราย จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเหลือ

ด้าน น.ส.พรรธน์ชญมน ผู้อำนวยการโรงเรียน กล่าวว่า โรงเรียนมีความกังวลเรื่องความปลอดภัยของเด็กนักเรียนและบุคลากรทางการศึกษา หากเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นจริง บังเกอร์ที่มีอยู่ไม่สามารถรองรับนักเรียนทั้งหมดได้ และยังตั้งอยู่ไกลจากอาคารเรียน จึงอยากให้มีการสร้างบังเกอร์ที่แข็งแรง ได้มาตรฐาน และอยู่ใกล้อาคารเรียนมากขึ้น เพื่อให้เด็กสามารถเข้าหลบภัยได้อย่างรวดเร็ว

“เราไม่ได้เรียกร้องเกินความจำเป็น แต่เราอยากให้เด็ก ๆ กลับบ้านอย่างปลอดภัย โรงเรียนอยู่ใกล้พื้นที่เสี่ยง และหากเกิดสถานการณ์ไม่คาดฝันขึ้นอีกครั้ง เราอยากมีความพร้อมในการดูแลความปลอดภัยให้กับลูก ๆ นักเรียน ครู และบุคลากรทุกคน” ผู้อำนวยการโรงเรียนกล่าว

ขณะที่ นางไฮ อภัยชา อายุ 72 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ กล่าวว่า ชาวบ้านยังรู้สึกหวาดวิตกกับสถานการณ์ชายแดน และอยากให้ภาครัฐหรือผู้มีจิตศรัทธาเข้ามาช่วยสร้างบังเกอร์ให้เด็ก ๆ โดยเร็ว เพราะพื้นที่อยู่ห่างชายแดนเพียงไม่กี่สิบกิโลเมตร และทุกคนยังต้องเตรียมพร้อมรับมือเหตุฉุกเฉินอยู่ตลอดเวลา