สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 12 ก.พ. ว่าตามผลการศึกษาล่าสุด นายคริสตอฟ โวลเตอร์ นักวิจัยชาวออสเตรีย ซึ่งเป็นผู้เขียนหลักของรายงานชิ้นนี้ กล่าวว่า การชี้และจ้องมองวัตถุถือเป็นวิธีดีที่สุด สำหรับการทำให้สัตว์เลี้ยงปฏิบัติตามคำสั่ง และจะได้ประสิทธิภาพมากกว่า หากมนุษย์ทำทั้งหมดพร้อมกัน

นักวิจัยทำการทดลอง ด้วยการสวมหมวกกันน็อกให้สุนัข 20 ตัว เพื่อทดสอบว่าพวกมันมองไปทางใด เมื่อเผชิญกับสถานการณ์ต่าง ๆ โดยสุนัขที่เข้าร่วม ได้แก่ สุนัขสายพันธุ์ผสม 8 ตัว รวมถึงสายพันธุ์อเมริกัน สแตฟฟอร์ดเชียร์เทอร์เรีย ออสเตรเลียนเชพเพิร์ด และพุดเดิล

การทดลองซึ่งดำเนินการโดยห้องแล็บเคลเวอร์ ด็อก ของมหาวิทยาลัยสัตวแพทย์เวียนนา สุนัขแต่ละตัวจะนั่งลง แล้วหันหน้าเข้าหานักวิทยาศาสตร์ ซึ่งพวกเขาได้วางชามอาหารไว้ข้างละใบ และมีเพียงใบเดียวที่มีขนมซ่อนอยู่

สุนัขจะต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่แตกต่างกัน 5 แบบ แบ่งเป็นสถานการณ์ละ 6 ครั้ง โดยนักวิทยาศาสตร์จะคอยชี้ไปที่ชามขณะจ้องมองพวกมัน หรือชี้และมองไปที่ชามพร้อมกัน หรือมองไปที่ชามเท่านั้น รวมถึงการแกล้งสุนัขด้วยการทำเหมือนว่าจะโยนลูกบอล

การทดลองชี้ให้เห็นว่า สุนัขจะเข้าใจมากที่สุดเมื่อนักวิทยาศาสตร์ทั้งชี้และมองไปที่ชามอาหารพร้อมกัน และทำได้แย่ที่สุดเมื่อพวกเขาแกล้งโยนลูกบอล

สำหรับนักวิจัย การค้นพบครั้งนี้นำไปสู่สมมุติฐานที่ว่า สุนัขจะทำตามสัญญาณการสื่อสารอ้างอิงของมนุษย์ มากกว่าสัญญาณบอกทิศทาง กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ สุนัขสามารถเข้าใจความหมายของข้อมูลที่ได้รับ แทนที่จะวิ่งไปในทิศทางที่มนุษย์ชี้เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม นักวิจัยยังไม่ได้สรุปผลการศึกษาในทันที โวลเตอร์กล่าวว่า ขั้นตอนต่อไปคือ การหาคำตอบว่าหากเราพูดถึงสิ่งของเหล่านั้น สุนัขจะเรียนรู้และจดจำสิ่งต่าง ๆ ได้ดีกว่าหรือไม่.

เครดิตภาพ : AFP