เมื่อวันที่ 13 ก.พ. ที่อาคาร มวก. 48 พรรษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พล.อ.อ.สถิตย์พงษ์ สุขวิมล ราชเลขานุการในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เชิญพระราชกระแสทรงถวายกำลังใจแด่คณะสงฆ์ “ธรรมนาวาวัง” ในพิธีการบรรยายธรรม โครงการนำเสนอผลวิจัยประสิทธิผลหลักปฏิบัติ “ธรรมนาวา วัง” ความว่า

เนื่องในโอกาสที่มีการจัดโครงการนำเสนอผลวิจัยประสิทธิผลหลักปฏิบัติ “ธรรมนาวา วัง” และสะท้อนมุมมองของพุทธยุวชนต่อพระพุทธศาสนาในครั้งนี้ การศึกษาวิจัยครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ชัดว่า คุณสมบัติแห่งพระธรรมคุณ อันได้แก่ ธรรมอันเป็นที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ด้วยพระปัญญาตรัสรู้อันชอบแล้ว พุทธบริษัทใดได้รู้ ย่อมรู้ชัดได้ด้วยตน เป็นสัจธรรมไม่จำกัดกาล การศึกษาวิจัยทั้งในตัวบุคคลและในหลักวิชาให้ผลเป็นที่ชัดแจ้ง ทนทานต่อการแห่งพิสูจน์ ซึ่งน้อมมาใส่ตน เพื่อความเป็นวิญญูชน ผู้รู้ผู้เห็นธรรมอันเป็นเครื่องดับทุกข์นั้นด้วยตน

ธรรมคุณทั้งหลายเหล่านี้ ได้รับการยืนยันผ่านผลงานวิจัยของท่านทั้งหลายในวันนี้ การถ่ายทอด พระธรรมอันล้ำค่านี้ จึงมีความสำคัญยิ่งต่อประโยชน์สุขอันแท้จริงของปวงชน ข้าพเจ้าขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านในการปฏิบัติหน้าที่อันสำคัญยิ่งนี้ ด้วยความเชื่อมั่นว่า ความวิริยะ อุตสาหะของท่าน จะเป็นพลังสำคัญในการธำรงรักษาพระพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรือง และเป็นที่พึ่งให้พุทธศาสนิกชน ได้เข้าถึงแก่นแท้แห่งพระธรรม เพื่อความดับทุกข์ ขออานุภาพอันทรงคุณค่าหาประมาณมิได้แห่งคุณพระศรีรัตนตรัย จงปกป้องคุ้มครองท่านทั้งหลาย ให้มีสุขภาพพลานามัยที่สมบูรณ์แข็งแรง มีจิตใจที่เข้มแข็ง มีปัญญาอันเฉียบแหลม และมีพลังกายพลังใจ ที่จะดำเนินการโครงการนำเสนอผลวิจัยประสิทธิผลหลักปฏิบัติ “ธรรมนาวา วัง” และสะท้อนมุมมองของพุทธยุวชนต่อพุทธศาสนา ให้สำเร็จลุล่วงเป็นไปด้วยความเรียบร้อยทุกประการ ในพระปรมาภิไธย พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

พระราชญาณวชิรชิโนภาส หรือ “พระอาจารย์ต้น” ผู้ดำเนินโครงการวิจัย กล่าวว่า งานวิจัยนี้สะท้อนให้เห็นว่าหลักปฏิบัติของ “ธรรมนาวาวัง” เป็นแนวทางสำคัญในการเยียวยาจิตใจและลดปัญหาสังคม โดยเฉพาะปัญหาความเครียด วิกฤติศรัทธา และความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในยุคปัจจุบัน พระพุทธศาสนาไม่ได้เป็นเพียงศาสนาแห่งความเชื่อ แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยพัฒนาชีวิตมนุษย์ให้พ้นจากทุกข์ โดยโครงการวิจัยนี้ ได้ออกแบบหลักสูตรการปฏิบัติธรรมที่เรียกว่า “ธรรมนาวาวัง” ซึ่งใช้หลัก อริยสัจ 4 และ ธาตุกรรมฐาน 4 เพื่อช่วยให้ผู้เข้าร่วมสามารถเข้าใจและฝึกฝนจิตให้เกิดสมาธิและปัญญา หลักสูตรนี้ได้พัฒนาร่วมกับมูลนิธิธรรมนาวาสิกขาลัย นำโดย “ครูเงาะ” รสสุคนธ์ กองเกตุ และนักศึกษาพุทธเยาชน และครูสัมมาทิฏฐิ แบ่งออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ หลักสูตรพื้นฐาน 1 วัน เน้นการเข้าถึงพระรัตนตรัยและฝึกสติ หลักสูตรเข้มข้น 3 วัน ฝึกเจริญสติและพิจารณาขันธ์ 5 อย่างลึกซึ้ง หลักสูตรวิทยากรธรรมะ สำหรับผู้ต้องการเผยแผ่พระพุทธศาสนา

ดร.อำนาจ บัวสิริ หัวหน้าคณะวิจัยฯ กล่าวว่า ผลการศึกษาพบว่าผู้ที่เข้าร่วมอบรมสามารถลดความเครียด เพิ่มความสุข และมีความเข้าใจในพระพุทธศาสนาอย่างลึกซึ้งมากขึ้น อีกทั้งมีรายงานว่าผู้ที่เคยเผชิญปัญหาสุขภาพจิต เช่น ซึมเศร้า หรือวิตกกังวล สามารถฟื้นฟูจิตใจได้ผ่านการฝึกปฏิบัติ
ดร.วรพิมพ์ สุขผ่องสมัย ทีมวิจัยฯ กล่าวว่า งานวิจัยนี้ใช้เวลาเก็บข้อมูลกว่า 4 เดือน และได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วน โดยเฉพาะ มจร ที่เป็นแกนหลักในการสนับสนุนการศึกษาแนวทางการปฏิบัตินี้



