เมื่อวันที่ 14 ก.พ. ว่าที่ร้อยตรีธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยภายหลังมอบเกียรติบัตรโครงการพาน้องกลับมาเรียน นำการเรียนไปให้น้อง (Obec Zero Dropout) ให้แก่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่ค้นหาครบ 100% และเขตตรวจราชการดีเด่นด้านการบริหารจัดการว่า ตามนโยบายรัฐบาลที่ต้องการแก้ปัญหาเด็กหลุดระบบการศึกษา หรือ Thailand Zero Dropout ด้วยการตามหาเด็กตกหล่นให้เข้าสู่ระบบการศึกษานั้น ในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ถือเป็นหน่วยงานใหญ่ที่สุด ซึ่งมีตัวเลขเด็กหลุดระบบการศึกษาสังกัด สพฐ.ประมาณ 800,000 คน ซึ่ง พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศึกษาธิการ และนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญกุล รมช.ศึกษาธิการ ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัดเดินหน้าค้นเด็กตกหล่นให้เข้าสู่ระบบการศึกษาให้ได้
เลขาธิการ กพฐ. กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้ตนจึงมอบโจทย์ไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกแห่งและสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ (สศศ.) ที่จะต้องเร่งขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวให้เกิดขึ้นสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม โดยจะต้องออกไปติดตามค้นหาเด็กตกหล่นให้เจอและนำเข้าสู่ระบบการศึกษาให้ครบ 100% ในวันที่ 14 ก.พ.นี้ ดังนั้นจึงเป็นที่น่ายินดีที่ สพฐ.พบว่า ทุกเขตพื้นที่ดำเนินการค้นหาและติดตามเด็กตกหล่นเข้าสู่ระบบการศึกษาได้ครบทั้งหมด 100% แล้ว โดยตนขอขอบคุณชาว สพฐ.ทุกคนที่ทุ่มเททำงานกันอย่างเต็มที่ในการปูพรมค้นหาและติดตามเด็กให้เข้าสู่ระบบการศึกษา
“แม้เราจะค้นพบตัวเด็กแล้ว แต่เด็กยังไม่ยืนยันว่าจะเข้าสู่ระบบการศึกษา ซึ่งอย่างน้อยที่สุดเราสามารถยืนยันเป้าหมายได้ว่าเด็กที่ตกหล่นไปอยู่ตรงจุดไหนและทำอะไร โดยสิ่งสำคัญที่สุดในวันที่ 16 พ.ค.เด็กตกหล่นจะต้องเข้าสู่ระบบการศึกษาภาคบังคับ เพราะ สพฐ.ตั้งเป้าหมายให้เด็กไทยกลุ่มนี้เป็นเด็กไทยกลุ่มแรกที่จะเป็นเด็กจบการศึกษาภาคบังคับชั้นม.3 ดังนั้นจะต้องนำตัวเด็กกลับมาเรียน เพื่อให้จบการศึกษาภาคบังคับ หรือหากเป็นเด็กตกหล่นกรณีพิเศษ เช่น เจ็บป่วย ต้องดูแลพ่อแม่ที่แก่ชรา เราจะจัดการศึกษาไปให้ถึงบ้าน หรือป่วยในโรงพยาบาลจะจัดครูไปสอนให้ หรือกลุ่มไหนไม่อยากเรียนกับสพฐ.เราจะส่งต่อไปเรียนสายอาชีพอย่างกรมส่งเสริมการเรียนรู้ หรืออาชีวะแทน เป็นต้น ทั้งนี้โจทย์ของผมคือเด็กทุกคนต้องได้เรียน เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และไม่ปล่อยให้ใครขาดโอกาสที่สำคัญในชีวิต เพราะผมถือว่าการศึกษาคือรากฐานที่สำคัญ” ว่าที่ร้อยตรีธนุ กล่าว



