สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย เมื่อวันที่ 19 ก.พ. ว่า การโจมตีเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เกิดขึ้นเพียงหนึ่งวันก่อนเจ้าหน้าที่สหรัฐและรัสเซีย จะพบกันในกรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย เพื่อหารือเกี่ยวกับการยุติสงครามในยูเครนเป็นครั้งแรก ซึ่งรัฐบาลเคียฟและประเทศพันธมิตรในยุโรป ต่างจับตามองการประชุมครั้งนี้ด้วยความกังวล

บริษัท ทรานส์เนฟต์ ผู้ดำเนินการท่อส่งน้ำมันสัญชาติรัสเซีย ระบุว่า โดรนติดอาวุธอย่างน้อย 7 ลำ โจมตีสถานีโครพอตกินสกายา บนท่อลำเลียงน้ำมันของ “แคสเปียน ไปป์ไลน์ คอนซอร์เทียม” (ซีพีซี) ในภูมิภาคคราสโนดาร์ ทางตอนใต้ของรัสเซีย ส่งผลให้เกิด “ความเสียหายร้ายแรง”

“ผู้สันทัดกรณีของซีพีซี กล่าวว่า ผลกระทบจากการโจมตีครั้งนี้ จะหายไปภายในเวลา 1 เดือนครึ่ง ถึง 2 เดือน ซึ่งอาจทำให้การสูบน้ำมันจากคาซัคสถานลดลงประมาณ 30%” ทรานส์เนฟต์ ระบุเสริม

อนึ่ง คาซัคสถานผลิตน้ำมันประมาณ 1% ของอุปทานน้ำมันทั่วโลก และการลดการส่งออก 30% คิดเป็นประมาณน้ำมันมากถึง 380,000 บาร์เรลต่อวัน

ขณะที่รัฐบาลมอสโกระบุว่า การโจมตีสถานีสูบน้ำมันขนาดใหญ่ที่สุด บนท่อส่งน้ำมันในรัสเซีย ถือเป็นการโจมตีที่ “หน้าด้านและยั่วยุ” เนื่องจากความเคลื่อนไหวดังกล่าว อาจทำให้การสูบน้ำมันหยุดชะงัก ทำให้ตลาดเสียสมดุล ทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูง และสร้างความเสียหายโดยตรงต่อบริษัทของสหรัฐ.

เครดิตภาพ : AFP