นางมนพร เจริญศรี รมช.คมนาคม เปิดเผยว่า ได้หารือร่วมกับ นาย Raphaël Boden รองผู้อำนวยการด้านการลงทุนท่าเรือ Terminal Investment Limited (TiL) และคณะ ซึ่งเป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจบริหารท่าเรือสำหรับตู้สินค้า มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ บริหารท่าเรือใน 31 ประเทศ ตามเส้นทางการเดินเรือหลักทั่วโลก เช่น สิงคโปร์ เกาหลีใต้ สหรัฐอเมริกา เนเธอร์แลนด์ เบลเยียม สเปน เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการลงทุน สนับสนุนโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง (ทลฉ.) ระยะที่ 3 และการลงทุนในท่าเรือใหม่ E1 และ E2

นางมนพร กล่าวต่อว่า สำหรับโครงการพัฒนา ทลฉ. ระยะที่ 3 มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการรองรับปริมาณตู้สินค้าที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นในอนาคต ปัจจุบันสามารถรองรับตู้สินค้าได้ 11.1 ล้าน TEU/ปี และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 10 ล้าน TEU/ปี ในปี 2568 ตามการขยายตัวทางเศรษฐกิจและการค้าของประเทศ แบ่งเป็น 4 ส่วนหลัก ได้แก่ งานก่อสร้างทางทะเล งานก่อสร้างอาคารท่าเทียบเรือและระบบสาธารณูปโภค งานก่อสร้างระบบรถไฟ และงานจัดหาเครื่องมือและระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการตามแผนที่กำหนด คาดว่าจะสามารถให้บริการท่าเทียบเรือ F1 ได้ในปี 2570 และจะก่อสร้างท่าเทียบเรือ F2 ในปี 2572 กำหนดเปิดให้บริการในปี 2574

นางมนพร กล่าวอีกว่า จากรายงานการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการพัฒนา ทลฉ. ระยะที่ 3 กำหนดไว้ว่าจะสามารถเริ่มดำเนินการในขั้นตอนการคัดเลือกบริษัทเอกชน เพื่อร่วมลงทุนท่าเทียบเรือ E พร้อมทั้งลงนามสัญญาในปี 2572 เพื่อให้สามารถก่อสร้างเทียบเรือ E0 ได้ในปี 2573 และเปิดให้บริการในปี 2575 ส่วนท่าเทียบเรือ E1 และ E2 จะเริ่มก่อสร้างในปี 2575 และปี 2577 ตามลำดับ

นางมนพร กล่าวด้วยว่า เบื้องต้นบริษัท Terminal Investment Limited (TiL) และบริษัท Mediterranean Shipping Company (MSC) ได้ให้ความสนใจในการร่วมลงทุนในโครงการพัฒนา ทลฉ. ระยะที่ 3 และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าความร่วมมือครั้งนี้จะนำไปสู่การขยายความสัมพันธ์ และความร่วมมือทางธุรกิจระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในอนาคตต่อไป.



