สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า เซอร์ จิม แรตคลิฟฟ์ มหาเศรษฐีวัย 72 ปี ที่เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นสโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จำนวน 27.7% หลังลงทุนไปมากกว่า 1 พันล้านปอนด์ อาจเผชิญการถูกบีบให้ออกจากสโมสรในปีนี้

แรตคลิฟฟ์ แม้ไม่ใช่ผู้ถือหุ้นส่วนใหญ่ แต่เข้ามาบริหารจัดการหลายอย่าง ไม่ว่าการยกเครื่องคณะกรรมการ ผู้จัดการทีม ปรับโครงสร้างลดการความซ้ำซ้อนการทำงาน ปลดพนักงานไปรอบใหญ่ไปแล้วกว่า 250 คน และกำลังจะปลดอีก 200 คน รวมถึงมีการใช้มาตรการควบคุมค่าใช้จ่ายหลายอย่าง

อย่างไรก็ตาม บลูมเบิร์กเผยว่าครอบครัวเกลเซอร์ส มีทางเลือกขายสโมสรภายใน 6 เดือน และหากตัดสินใจดำเนินการดังกล่าวก็สามารถบังคับให้ แรตคลิฟฟ์ ยุติการทำงานได้ กระนั้น แรตคลิฟฟ์ จะมีสิทธิในการเสนอราคาของตัวเองก่อนคนอื่น ซึ่งเป็นที่เข้าใจว่าบอสใหญ่ของเอนิออสไม่เพียงแค่ต้องการรักษาสัดส่วนการถือหุ้น แต่ยังต้องการซื้อหุ้นเพิ่มหุ้นหากมีโอกาส แต่ยังไม่ชัดเจนว่าเกลเซอร์สวางแผนจะทำอะไรต่อไป

รายงานระบุอีกว่าจนถึงปีที่แล้ว เกลเซอร์ส ที่ปล่อยให้ แรตคลิฟฟ์ เป็นผู้ดำเนินงานบริหาร ยังคงพอใจกับสถานะของสโมสร แม้ผลการแข่งขันไม่สู้ดีและมีผลประกอบการที่ขาดทุน โดยขาดทุนกว่า 300 ล้านปอนด์ ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา และยังมีหนี้สินกว่า 700 ล้านปอนด์