สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 24 ก.พ. ว่า ประกาศของรัฐบาลวอชิงตันระบุว่า บุคลากรของยูเอสเอดทุกคนที่มาจากการจ้างงานโดยตรง ยกเว้นพนักงานที่จำเป็นสำหรับการดำเนินงานสำคัญ จะถูกพักงาน ในขณะเดียวกัน หน่วยงานก็กำลังเริ่ม “ปรับลดพนักงาน” ซึ่งส่งผลกระทบต่อเจ้าหน้าที่ยูเอสเอดประมาณ 2,000 คน ในสหรัฐ
เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ผู้พิพากษาของรัฐบาลกลาง เปิดทางให้รัฐบาลทรัมป์สั่งพักงานเจ้าหน้าที่ยูเอสเอดหลายพันคน นับเป็นความล้มเหลวสำหรับสหภาพพนักงานรัฐบาล ซึ่งฟ้องร้องต่อสิ่งที่พวกเขาเรียกว่าเป็น “ความพยายามยุบหน่วยงาน”
The Trump administration says it is eliminating 2,000 positions at the U.S. Agency for International Development and placing all but a fraction of other staffers worldwide on leave. https://t.co/H5mIlvKyWa
— NBC News (@NBCNews) February 23, 2025
ทั้งนี้ อดีตเจ้าหน้าที่อาวุโสของยูเอสเอด 2 คน ประมาณการว่า บุคลากรของยูเอสเอดประมาณ 4,600 คน รวมถึงข้าราชการพลเรือน และเจ้าหน้าที่บริการต่างประเทศของสหรัฐ จะถูกพักงานเป็นส่วนใหญ่
“รัฐบาลชุดนี้ และนายมาร์โก รูบิโอ รมว.การต่างประเทศสหรัฐ ขาดวิสัยทัศน์ในการลดความเชี่ยวชาญ และความสามารถในการตอบสนองต่อวิกฤติเฉพาะตัวของสหรัฐ” นางมาร์เซีย หว่อง อดีตเจ้าหน้าที่ยูเอสเอด กล่าว
อนึ่ง ทรัมป์สั่งระงับความช่วยเหลือต่างประเทศเป็นเวลา 90 วัน หลังเขาเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐได้ไม่นาน โดยยุติการมอบเงินสนับสนุนทุกอย่าง ตั้งแต่โครงการที่ต่อสู้กับความอดอยากและโรคร้ายแรง ไปจนถึงการจัดหาที่พักพิงให้กับผู้พลัดถิ่นหลายล้านคนทั่วโลก
นอกจากนี้ สำนักงานประสิทธิภาพรัฐบาล (ดอจ) ของนายอีลอน มัสก์ ยังเป็นผู้นำความพยายามในการโค่นล้มยูเอสเอด ซึ่งเป็นกลไกหลักสำหรับการให้ความช่วยเหลือต่างประเทศของอเมริกา และเป็นเครื่องมือสำคัญของสหรัฐ ในการสร้างอิทธิพลในต่างประเทศ.
เครดิตภาพ : AFP



