สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากเมืองเจนิน เขตเวสต์แบงก์ เมื่อวันที่ 24 ก.พ. ว่า ในเดือนที่แล้ว กองทัพอิสราเอลเริ่มการโจมตีครั้งใหญ่ต่อกลุ่มติดอาวุธปาเลสไตน์ในเขตเวสต์แบงก์ หลังข้อตกลงสงบศึกในฉนวนกาซามีผลได้ไม่นาน ซึ่งปฏิบัติการของอิสราเอลในเขตเวสต์แบงก์ ครอบคลุมค่ายผู้ลี้ภัยหลายแห่งใกล้กับเมืองเจนิน เมืองทุลคาเรม และเมืองทูบาส

“จนถึงขณะนี้ ชาวปาเลสไตน์ประมาณ 40,000 คน อพยพออกจากค่ายผู้ลี้ภัยเจนิน ค่ายผู้ลี้ภัยทุลคาเรม และค่ายผู้ลี้ภัยนูร์ชามส์ ซึ่งตอนนี้ไม่มีผู้อยู่อาศัยแล้ว” นายอิสราเอล คัตซ์ รมว.กลาโหมอิสราเอล กล่าวในแถลงการณ์ พร้อมกับเสริมว่า เขาได้สั่งการให้ทหารอิสราเอล เตรียมพร้อมสำหรับการประจำการระยะยาวที่ค่ายเหล่านี้ในปีหน้า เพื่อไม่ให้ผู้อยู่อาศัยกลับมา และป้องกันการก่อการร้ายครั้งใหม่

ทั้งนี้ กองทัพอิสราเอลระบุว่า กองพลรถถังจะปฏิบัติการในเมืองเจนิน ตามส่วนหนึ่งของการขยายปฏิบัติการในพื้นที่ และถือเป็นครั้งแรกที่รถถังเข้าร่วมปฏิบัติการในดินแดนดังกล่าว ซึ่งคัตซ์กล่าวเพิ่มเติมว่า กองกำลังอิสราเอลยังคงปฏิบัติการในเมืองเจนิน และเมืองทุลคาเรมต่อไป

อนึ่ง แถลงการณ์ข้างต้นมีขึ้นสองวัน หลังนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ผู้นำอิสราเอล สั่งให้กองทัพยกระดับปฏิบัติการในเขตเวสต์แบงก์ ซึ่งอิสราเอลยึดครองมาตั้งแต่ปี 2510 เนื่องจากเกิดเหตุระเบิดรถบัสว่างหลายคันใจกลางอิสราเอล เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ซึ่งแม้ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ แต่เจ้าหน้าที่รัฐอิสราเอลกล่าวว่า ระเบิดเหล่านี้มีลักษณะคล้ายคลึงกับระเบิดที่กลุ่มติดอาวุธใช้ในเขตเวสต์แบงก์.

เครดิตภาพ : AFP