เมื่อวันที่ 24 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. พร้อมด้วย นายต่อศักดิ์ โชติมงคล ประธานที่ปรึกษาของผู้ว่าฯกทม. นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าฯกทม. นายสุนทร สุนทรชาติ รองปลัดกทม และนายภิมุข สิมะโรจน์ เลขานุการผู้ว่าฯกทม. เดินทางเยือนนครซัวเถา มณฑลกวางตุ้ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 20 – 23 ก.พ.68 ที่ผ่านมา พร้อมเข้าเยี่ยมคารวะนายเหวิน จ้านปิน เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์สาธารณรัฐประชาชนจีนประจำเทศบาลนครซัวเถา เพื่อกระชับความสัมพันธ์และแสวงหาความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรมเนื่องในโอกาสครบรอบ 25 ปี ความสัมพันธ์ฉันมิตรระหว่างกทม.กับนครซัวเถา และครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน ณ อาคารที่ทำการพรรคฯ นครซัวเถา

ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวถึงความสัมพันธ์ดุจญาติมิตรระหว่างกทม.กับนครซัวเถา ซึ่งเป็นบ้านเกิดของชาวจีนจำนวนมากที่ได้เข้ามาตั้งรกรากในไทยและกรุงเทพฯ นอกจากนี้ ยังได้เสนอให้มีความร่วมมือใน 4 ด้าน ได้แก่ การจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษเพื่อดึงดูดนักลงทุน ,ความร่วมมือด้านพลังงานสะอาดโดยเฉพาะอย่างยิ่งการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลม ซึ่งเป็นความเชี่ยวชาญของนครซัวเถา ,การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการแพทย์แผนจีน เพื่อพัฒนาการให้บริการทางการแพทย์ของโรงพยาบาลในสังกัดกทม. และความร่วมมือในภาคอุตสาหกรรมที่จะเป็นประโยชน์ในการพัฒนาเศรษฐกิจเมืองของกรุงเทพมหานคร อาทิ เครื่องนุ่งห่ม ของเล่น เป็นต้น

ผู้ว่าฯกทม.ได้ร่วมปลูกต้นไทรฉลองครบรอบความสัมพันธ์ กทม.-ซัวเถา โดยมีนายเฉิน เทา นายกเทศมนตรีนครซัวเถา พร้อมด้วยผู้บริหารของทั้งสองเมือง ร่วมปลูกต้นไทรที่แสดงถึงความเจริญรุ่งเรือง มั่งคั่ง และมั่นคง เปรียบดั่งความสัมพันธ์ระหว่างสองเมือง

จากนั้นคณะผู้แทนกทม.เดินทางเยือนโรงพยาบาลการแพทย์แผนจีนนครซัวเถา ซึ่งเป็นโรงพยาบาลระดับประเทศที่มีชื่อเสียงในการผสมผสานศาสตร์แพทย์แผนจีนและแพทย์แผนปัจจุบันเพื่อการรักษาอย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ ผู้ว่าฯ กทม. ได้เสนอความร่วมมือระหว่างโรงพยาบาลการแพทย์แผนจีนนครซัวเถากับโรงพยาบาลในสังกัดกรุงเทพมหานครในการเปิดศูนย์การแพทย์แผนจีน และการพัฒนาองค์ความรู้ด้านแพทย์แผนจีน รวมถึงการเปิดหลักสูตรการแพทย์แผนตะวันออก ณ มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช

จากนั้นลงพื้นที่สำรวจการผลิตกระแสไฟฟ้าพลังงานลมบริเวณชายฝั่งทะเลตอนใต้ของนครซัวเถา และศึกษาการดำเนินโครงการ “Huaneng Shantou Lemen (II)” ซึ่งประกอบด้วย กังหันลมนอกชายฝั่ง 54 ตัว สามารถผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดได้ 2,000 ล้านกิโลวัตต์ต่อปี ถือเป็นการปูทางไปสู่การพัฒนาพลังงานลมทางทะเลที่ยั่งยืนของจีน ซึ่งกทม.สามารถนำองค์ความรู้ไปปรับใช้ในพื้นที่เขตบางขุนเทียน ซึ่งมีลักษณะทางภูมิศาสตร์ที่คล้ายคลึงกัน

นอกจากนี้ คณะผู้แทนฯ เดินทางเยือนศูนย์บัญชาการบริหารจัดการเมืองดิจิทัลนครซัวเถา และศึกษาแพลตฟอร์มการบริหารจัดการเมืองโดยการใช้กฎหมายบูรณาการร่วมกับทรัพยากรด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อช่วยในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่และจัดการเรื่องร้องเรียนในเชิงรุกแบบ real-time โดยมีระบบที่น่าสนใจ เช่น การจัดระเบียบ bike sharing การค้นหาที่จอดรถทั้งภายในอาคารและพื้นที่สาธารณะ การแจ้งเตือนสาธารณภัยเพื่อให้มีการจัดการและแก้ไขได้อย่างทันท่วงที

จากนั้นจึงเดินทางต่อไปยังเขตเฉิงไห่ของนครซัวเถา เพื่อศึกษาประวัติศาสตร์ของชาวจีนในช่วงทศวรรษที่ 1800 ซึ่งชาวจีนกว่าหนึ่งแสนคนได้อพยพจากบริเวณนี้ไปยังสยาม พร้อมเข้าสักการะอนุสรณ์สถานสมเด็จพระเจ้าตากสิน ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานฉลองพระองค์และพระมาลา สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2327 แลัเดินทางต่อไปยังที่ทำการเขตเฉิงไห่ เพื่อหารือความร่วมมือและส่งเสริมการแลกเปลี่ยนด้านการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมกับเขตเฉิงไห่.