นายเกรียงไกร ไชยศิริวงศ์สุข ผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) เปิดเผยว่า กทท. ไม่ได้นิ่งนอนใจกับปัญหาการจราจรในเขตท่าเรือแหลมฉบัง และการพบส่วยแซงคิว โดยอยู่ระหว่างเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาวางแนวทาง และมาตรการแก้ไขสถานการณ์ดังกล่าวอย่างเร่งด่วน ประกอบด้วย 1.เร่งตรวจสอบสาเหตุอย่างเร่งด่วนโดยสั่งการให้ท่าเรือแหลมฉบังตรวจสอบสาเหตุที่แท้จริงของการจราจรติดขัด เช่น ปัญหาจากระบบบริหารจัดการคิวการขนส่งที่หนาแน่นเกินไปในช่วงเวลาเดียวกัน หรือปัญหาด้านโครงสร้างพื้นฐาน เช่น การซ่อมถนนในเขตท่าเรือ

2.จัดตั้งคณะทำงานแก้ไขปัญหาการจราจรของท่าเรือแหลมฉบัง โดยมีผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบังเป็นหัวหน้าคณะทำงาน เพื่อบูรณาการร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ/เอกชนที่เกี่ยวข้อง โดยให้จัดประชุมร่วมกับผู้ประกอบการขนส่ง สมาคมขนส่งสินค้า และคนขับรถบรรทุกด้วย เพื่อรับฟังปัญหา และข้อเสนอแนะ รวมถึงการหารือกับผู้ประกอบการขนส่ง ซึ่งส่วนใหญ่มีการขนส่งในช่วงเวลากลางวัน–เย็น ทำให้เกิดการกระจุกตัวเฉพาะบางช่วง ส่งผลให้มีรถบรรทุกเข้าท่าเรือมากเกินไปและติดขัดหนักมาก ซึ่งควรมีการพิจารณาการกระจายเวลาขนส่งในช่วงเวลาอื่นๆ เพิ่มมากยิ่งขึ้น

3. ดำเนินการปรับปรุงกระบวนการจัดการคิวรถบรรทุก (Truck Queue) ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมายังไม่ครอบคลุมการใช้งานกับผู้ประกอบการขนส่งทุกราย รวมถึงการจัดหาที่จอดรถบรรทุก (Truck Parking) พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก ในบริเวณภายนอกเขตรั้วศุลกากร ท่าเรือแหลมฉบัง เพื่อเพิ่มศักยภาพพื้นที่จอดคอยให้รถบรรทุกที่มาจอดรอคิวเข้าท่าเทียบเรือ ซึ่งจะช่วยแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดของท่าเรือแหลมฉบัง และบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ใช้บริการระหว่างรอคิวด้วย

และ 4.ปราบปรามการเรียกเก็บ “ส่วยแซงคิว” โดยได้จัดตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการเรียกเก็บส่วยดังกล่าวแล้ว มีรองผู้อำนวยการ กทท. สายบริหารสินทรัพย์และพัฒนาธุรกิจ เป็นประธานกรรมการ ทั้งนี้ กทท. ได้เปิดช่องทางรับเรื่องร้องเรียนทั้งแบบเปิดเผยตัวตน และไม่เปิดเผย เพื่อให้ผู้ขับขี่รถบรรทุก และผู้ประกอบการสามารถแจ้งเบาะแสเพื่อนำข้อมูล ข้อเสนอแนะไปปรับปรุงการให้บริการให้ดียิ่งขึ้น รวมถึงการปราบปราม และแก้ไขปัญหาการเรียกเก็บส่วยต่างๆ ในเขตพื้นที่ท่าเรือแหลมฉบังให้หมดไป ตามช่องทางดังนี้ Hotline 0-2269-5555 กด 3 หรือ 095-562-0095, e-mail : [email protected] หรือ [email protected], Line OA : PAT Connex และระบบ e-complaint ผ่านทาง Website : www.port.co.th

นายเกียงไกร กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกัน กทท. ได้ประสานการทำงานร่วมกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาและการดำเนินการกรณีผู้ใช้บริการไม่ได้รับความสะดวกในเขตท่าเรือแหลมฉบังอีกด้วย อย่างไรก็ตาม ท่าเรือแหลมฉบัง เป็นท่าเรือน้ำลึกที่ใหญ่ที่สุดของไทยและเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์หลักของอาเซียน ภายใต้การกำกับดูแลของ กทท. และมีเอกชนรับสัมปทานเป็นผู้รับผิดชอบในเรื่องการประกอบการท่าเทียบเรือจำนวน 18 ท่าเทียบเรือ มีปริมาณตู้สินค้าผ่านท่า ณ ปัจจุบันกว่า 9,400,000 ทีอียูต่อปี และมีปริมาณรถบรรทุกผ่านเข้า-ออกมากกว่าปีละ 6,000,000 คัน.



