สหภาพยุโรปอนุมัติให้เติม “ผงหนอนนก” (Mealworm) ที่ผ่านการบำบัดด้วยรังสีอัลตราไวโอเลตลงในอาหารได้ โดยมีปริมาณการเติมสูงสุดในขนมปังและเค้กอยู่ที่ 4% และ 3% ตามลำดับ ส่วนผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่ให้เติมผงหนอนนกได้ อาทิ มันฝรั่งแปรรูป ชีส และผลิตภัณฑ์นม เป็นต้น

ผงหนอนนก คือ ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการนำหนอนนก (Mealworm) มาแปรรูปให้เป็นผงละเอียด โดยทั่วไปแล้ว หนอนนกที่นำมาทำผงจะถูกเลี้ยงในฟาร์มที่ควบคุมสุขลักษณะอย่างดี และผ่านกระบวนการต่าง ๆ เพื่อให้ได้ผงหนอนนกที่มีคุณภาพและปลอดภัยสำหรับการบริโภค

หนอนนก (Mealworm) เป็นหนอนของแมลงปีกแข็งชนิด Tenebrio molitor ปัจจุบันนิยมเพาะเลี้ยงเป็นสัตว์เศรษฐกิจ ใช้เป็นอาหารสำหรับสัตว์เลี้ยงชนิดต่าง ๆ

นักวิจัยพบว่า หนอนนกที่นำไปปรุงกับน้ำตาลมีรสชาติคล้ายเนื้อสัตว์ เป็น “ซูเปอร์ฟู้ด” ที่ใช้ทรัพยากรในการเลี้ยงน้อยกว่าปศุสัตว์ หนอนนกที่ถูกนำไปนึ่ง จะส่งกลิ่นคล้ายข้าวโพดหวาน เมื่อนำไปย่างหรือทอดแบบ deep-fry จะส่งกลิ่นคล้ายกุ้ง

มนุษย์กินแมลงมาเป็นเวลานานแล้ว เราสามารถพบผลิตภัณฑ์แมลงทอดได้ในหลากหลายมุมของโลก โดยเฉพาะในประเทศไทย การเพิ่มแมลงลงในอาหารประจำวัน เพื่อตอบสนองต่อแนวโน้มการลดลงของผลผลิตทางการเกษตร และความต้องการของอาหารที่เพิ่มขึ้นในปัจจุบัน

ในฐานะอาหารรูปแบบใหม่ แมลงมีข้อดีหลายประการ รายงานทางโภชนาการของเยอรมนีในปี 2020 ระบุว่า แมลงมีสัดส่วนของโปรตีน วิตามิน และสารอาหารอื่น ๆ สูง มีวงจรการเจริญเติบโตสั้น การเพิ่มจำนวนประชากรมนุษย์อย่างรวดเร็ว การนำแมลงมาเป็นอาหาร ถือเป็นมาตรการที่มีประสิทธิภาพในการรับมือกับการเติบโตของจำนวนประชากรอย่างต่อเนื่อง

สหภาพยุโรปเคยอนุมัติอาหารจากแมลงไปแล้วหลายชนิด แต่ครั้งนี้เป็นการเติมแมลงลงในอาหารทั่วไปโดยตรง ซึ่งผู้บริโภคบางคนอดไม่ได้ที่จะรู้สึกขยะแขยงอาหารที่มีผงหนอนนก

เว็บไซต์ทางการของสหภาพยุโรปกำหนดให้ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีการเติมแมลงทุกชนิด ต้องติดฉลากอธิบายอย่างชัดเจน และเปิดเผยว่าผลิตภัณฑ์จากแมลง 5 ชนิดกำลังอยู่ระหว่างการประเมินความปลอดภัย และจะวางจำหน่ายในตลาดในรูปแบบการบริโภคที่แตกต่างกัน ดังนั้น หากคุณต่อต้านการกินแมลง หรือคุณและครอบครัวของคุณมีอาการแพ้ง่าย เมื่อซื้อขนมปัง เค้ก หรือขนมขบเคี้ยวอื่น ๆ จากยุโรป ต้องใส่ใจกับการอ่านฉลากเป็นพิเศษว่ามีส่วนผสมของแมลงอยู่หรือไม่.

ที่มาและภาพ : sohu, freepik