The Guardian รายงานว่า มหาวิทยาลัยซัสเซกซ์ประกาศเปิดตัวหลักสูตรปริญญาตรีด้านความยุติธรรมทางสภาพภูมิอากาศเป็นครั้งแรกของสหราชอาณาจักร หลังจากผลสำรวจพบว่า กว่า 72% ของเยาวชนอายุระหว่าง 14-18 ปี มีความต้องศึกษาต่อในด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแบบเจาะลึกและเชื่อมโยงกับประเด็นทางสังคมมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
หลักสูตรใหม่ที่มุ่งเน้นความยั่งยืนและสิทธิมนุษยชนสิ่งแวดล้อม
หลักสูตรปริญญาตรีสาขา ‘ความยุติธรรมทางสภาพภูมิอากาศ ความยั่งยืน และการพัฒนา’ (Climate Justice, Sustainability and Development) จะเปิดสอนในปี 2026 โดยเน้นให้ความรู้เกี่ยวกับการเมืองด้านสภาพภูมิอากาศ การเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อม และสิทธิมนุษยชนทางสิ่งแวดล้อม รวมถึงพัฒนาทักษะที่จำเป็นสำหรับการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรม
‘วิล ล็อก’ (Will Lock) อาจารย์ด้านการพัฒนาระหว่างประเทศและมานุษยวิทยา หนึ่งในผู้ร่วมออกแบบหลักสูตร เปิดเผยว่า มหาวิทยาลัยซัสเซกซ์ให้ความสำคัญกับการเรียนรู้แบบลงมือปฏิบัติจริง โดยหลักสูตรดังกล่าวจะถูกบรรจุรวมอยูลงไว้ในศิลปศาสตรบัณฑิต นอกจากนี้ ยังมีแผนที่จะใช้ทรัพยากรในมหาวิทยาลัยอย่าง ‘สวนป่าอาหาร’ (forest food garden) เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการศึกษาและพัฒนาระบบนิเวศในมหาวิทยาลัย
ล็อก ยกตัวอย่างว่า หนึ่งในวิชาเรียนของหลักสูตรใหม่ที่เขาสอนอยู่ในปัจจุบันเกี่ยวกับ ‘นิเวศวิทยาการเมืองและความยุติธรรมทางสิ่งแวดล้อม’ (Political Ecology and Environmental Justice) จะเน้นไปที่การสื่อสารกับสาธารณะและการเผยแพร่เรื่องราวเกี่ยวกับความไม่เป็นธรรมด้านสิ่งแวดล้อมทั่วโลก แทนที่จะให้เขียนรายงานเชิงวิชาการหลายสิบหน้า นักศึกษาจะได้รับมอบหมายให้ทำพอดแคสต์เป็นกลุ่ม เพื่อฝึกการเล่าเรื่องและสื่อสารประเด็นที่ซับซ้อนให้กับผู้ฟังทั่วไปได้เข้าใจง่ายขึ้น
ทำไมหลักสูตรนี้ถึงสำคัญในยุคปัจจุบัน?
“ปัจจุบันนักศึกษาเข้าห้องเรียนมาพร้อมกับความสนใจด้านความยุติธรรมทางสภาพภูมิอากาศอยู่แล้ว เพราะพวกเขาได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของโลกโดยตรง สภาพอากาศที่ผันผวนและเลวร้ายมากขึ้นเรื่อยๆ ถือเป็นเรื่องเร่งด่วน นั่นจึงทำให้พวกเขารู้สึกอยากมีส่วนร่วม” ล็อก อธิบาย
พร้อมกล่าวเสริมว่า “อันที่จริง การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ถือเป็นศูนย์กลางของการเมืองโลกในปัจจุบัน ผู้คนจึงมีความสนใจที่จะศึกษาเรื่องนี้ให้ลึกซึ้งมากขึ้น”
ถ้ามีหลักสูตรแบบนี้ในไทย จะได้รับความสนใจแค่ไหน?
เมื่อมองกลับมายังประเทศไทย ปัญหาสิ่งแวดล้อม เช่น ฝุ่น PM2.5 น้ำท่วม และอุณหภูมิที่สูงขึ้น ล้วนเป็นปัญหาใหญ่ที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของคนไทยโดยตรง หากมีหลักสูตรที่เน้นการเรียนรู้ด้านความยุติธรรมทางสภาพภูมิอากาศควบคู่ไปกับการพัฒนาทักษะที่นำไปใช้ได้จริง เชื่อว่าคงมีเยาวชนจำนวนไม่น้อยที่สนใจศึกษา เพราะถือเป็นเรื่องใกล้ตัวที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตทุกคน
ไม่แน่ว่า หากหลักสูตรเช่นนี้เปิดสอนในประเทศไทยขึ้นมาจริงๆ มหาวิทยาลัยดังกล่าวก็อาจช่วยสร้างบุคลากรที่สามารถผลักดันนโยบายและแนวทางแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมในประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น แล้วคุณล่ะ คิดว่าหากหลักสูตรนี้เปิดสอนในไทย จะได้รับความสนใจมากน้อยแค่ไหน?



