วันนี้ (28 ก.พ.) ประธาน กสทช. ได้นำทีมเจ้าหน้าที่สำนักงาน กสทช. ลงพื้นที่ จ.สระแก้ว ตามภารกิจนายกรัฐมนตรี เพื่อตรวจสอบสถานีวิทยุคมนาคมและการให้บริการโทรคมนาคมบริเวณหลังสถานีรถไฟคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ซึ่งมีชายแดนติดกับประเทศกัมพูชา
ศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (ประธาน กสทช.) กล่าวว่า พื้นที่บริเวณหลังสถานีรถไฟคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ถือเป็นจุดที่มีพื้นที่ติดกับประเทศกัมพูชา จึงเป็นจุดยุทธศาสตร์ของขบวนการลักลอบใช้บริการโทรคมนาคมระหว่างประเทศ โดยเมื่อวันที่ 11 ก.พ. ที่ผ่านมา สำนักงาน กสทช. ได้ลงพื้นที่ดำเนินการตัดสายสื่อสารที่ตรวจพบว่าไม่มีเจ้าของเพื่อตรวจสอบหาผู้กระทำผิดและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ประธาน กสทช. กล่าวว่า ได้สั่งการสำนักงาน กสทช. ให้ยกระดับความเข้มข้นยุทธการล้มเสา ตัดสาย ทำลายซิม โดยให้ผู้ให้บริการโทรคมนาคมระหว่างประเทศส่งข้อมูลรายละเอียดชื่อลูกค้าต่างประเทศที่ใช้รับบริการว่าเป็นบริษัทใด ใช้บริการประเภทใด พร้อม IP Address ที่ให้บริการแก่ลูกค้าหรือคู่สัญญาในต่างประเทศ เพื่อใช้เป็นข้อมูลเฝ้าระวัง (Watch List) การนำ IP Address ไปใช้ในการโทรศัพท์หรือธุรกรรมออนไลน์ของกลุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญที่สามารถนำไปในการตรวจสอบผู้ใช้งาน และเส้นทางการใช้งานสำหรับหน่วยงานต่าง ๆ อาทิ สำนักงานตำรวจ และธนาคาร เป็นต้น ทั้งนี้ เพื่อเพิ่มความรวดเร็วในการปิดกั้นการใช้งานของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และการสืบสวนผู้กระความผิดอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น

“เราได้ขอให้ผู้ให้บริการโทรคมนาคมระหว่างประเทศดำเนินการตรวจสอบ และระงับการใช้งาน IP Address ของมิจฉาชีพ เพื่อเป็นการสนับสนุนภารกิจของรัฐบาลในการแก้ปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ซึ่งถือเป็นภัยทางสังคมและความมั่นคงของรัฐโดยให้ดำเนินการอย่างเคร่งครัด ผมได้สั่งการให้สำนักงาน กสทช. ดำเนินการเรื่องนี้อย่างเข้มข้น เด็ดขาด และนี่คือเรื่องสำคัญมากของชาติจึงใช้โอกาสนี้ลงพื้นที่มาติดตามเอง” ศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ กล่าว
นายวรุณเทพ วัชราภรณ์ หัวหน้าฝ่ายงานธุรกิจสัมพันธ์ AIS กล่าวว่า ทีม AIS ได้ลงพื้นที่ พร้อมลุยปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ สกัดสัญญาณแนวชายแดนไทย-กัมพูชา โดยมุ่งมั่นสนับสนุนการทำงานของภาครัฐ หน่วยงานความมั่นคง ตำรวจ และ กสทช. อย่างเคร่งครัด เพื่อร่วมกำจัดแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในประเทศไทยให้หมดไป พร้อมดำเนินการแก้ไขเสาสัญญาณเพิ่มเติมในพื้นที่ 9 จังหวัด ตามมาตรการของ กสทช. โดยล่าสุด ได้มีคำสั่งให้ยกระดับเพิ่มความเข้มงวดในการจัดระเบียบเสาส่งสัญญาณบริเวณแนวชายแดนอรัญประเทศ จ.สระแก้ว โดยในพื้นที่กลุ่ม 1 ซึ่งอยู่ห่างจากเขตแดนไม่เกิน 50 เมตร ได้ทำการรื้อถอนสายอากาศที่ตลาดเบ็ญจวรรณ และปรับลดระดับสายอากาศลงมาที่ 10 เมตร ที่ตลาดโรงเกลือ ส่วนพื้นที่กลุ่ม 2 ซึ่งอยู่ห่างจากเขตแดนไม่เกิน 1 กิโลเมตร ได้แก่ บ้านโคกสะแบงและช่องแคบเขาดิน ได้ทำการปรับลดระดับสายอากาศลงมาที่ 15 เมตรเรียบร้อยแล้ว

นอกจากนี้ เพื่อเป็นการยกระดับการป้องกันการใช้งานในลักษณะที่ผิดกฎหมาย ตามมาตรการของภาครัฐ AIS ได้ดำเนินการติด Tag ชื่อเครือข่ายที่สายสื่อสารทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว อีกทั้งยังได้ดำเนินการระงับบริการ WIFI Calling ที่มีการเชื่อมต่อกับเครือข่ายอินเทอร์เน็ต WIFI ของผู้ให้บริการเครือข่ายที่ประเทศกัมพูชา เพื่อปิดกั้นช่องทางการสื่อสารข้ามพรมแดนของมิจฉาชีพอีกด้วย ทั้งนี้ เอไอเอสยังได้ดูแลเครือข่ายการใช้งานให้ลูกค้าและประชาชนในพื้นที่ ด้วยการเตรียมรถสถานีฐานเคลื่อนที่และติด Small Cell ให้สามารถติดต่อสื่อสารได้อย่างต่อเนื่อง”
ด้านนายจักรกฤษณ์ อุไรรัตน์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านกิจการองค์กร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ทรู คอร์ปอเรชั่น ร่วมลงพื้นที่กับนายกรัฐมนตรี และกระทรวงดีอีเอส และสำนักงาน กสทช. ตรวจสอบสถานีฐานโทรศัพท์เคลื่อนที่และจุดเชื่อมต่อระหว่างประเทศ (POI) ที่จังหวัดสระแก้ว ซึ่งเป็นหนึ่งในแนวป้องกันสำคัญเพื่อสกัดกั้นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่อาศัยพื้นที่ชายแดนเป็นฐานปฏิบัติการฉ้อโกง เผยดำเนินการตามคำสั่ง กสทช. อย่างเข้มงวดทุกพื้นที่ทั่วไทย รื้อถอนเสาสัญญาณพร้อมส่งทีมติดตั้ง Small Cell พื้นที่ชุมชนดูแลลูกค้าฝั่งไทย พร้อมยกระดับความปลอดภัยให้ลูกค้าด้วยระบบ “ทรูไซเบอร์เซฟ” ปกป้องภัยคุกคามทางไซเบอร์จากลิงก์และเว็บไซต์เสี่ยงอันตราย

“ทรู คอร์ปอเรชั่น ปฏิบัติตามมาตรการ กสทช. ในการควบคุมเสาสัญญาณโทรศัพท์มือถือมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว ซึ่งได้ดำเนินการตามคำสั่ง กสทช. ครบทั้ง 8 เสา แบ่งเป็นการรื้อถอนอุปกรณ์จำนวน 4 แห่ง และปรับลดความสูงของสายอากาศอีก 4 เสา ทั้งนี้ นอกจากจังหวัดสระแก้ว เรายังได้ดำเนินการในพื้นที่อื่นๆ เช่น ด่านเจดีย์สามองค์ บ้านพุน้ำร้อน จังหวัดกาญจนบุรี อำเภอแม่สอด อำเภอพบพระ อำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก และกำลังเร่งดำเนินการอีก 7 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย สุรินทร์ บุรีรัมย์ มุกดาหาร หนองคาย จันทบุรี และระนอง ให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน ตามมาตรการ กสทช.”



