นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รมช.คมนาคม เปิดเผยว่า ได้ส่งมอบบันทึกแนบท้ายสัญญาเช่าที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ให้แก่ 2 ชุมชน เพื่อสนับสนุนสิทธิที่อยู่อาศัยของประชาชน ผู้มีรายได้น้อย ประกอบด้วย ชุมชนฟ้าใหม่ร่วมใจพัฒนา และชุมชนพุทธมณฑลสาย 2 กรุงเทพมหานคร รวม 241 ครัวเรือน แบ่งเป็น พื้นที่ชุมชนฟ้าใหม่ร่วมใจพัฒนา จำนวน 169 ครัวเรือน และชุมชนพุทธมณฑลสาย 2 จำนวน 72 ครัวเรือน หลังจากก่อนหน้านี้ได้มอบบันทึกแนบท้ายสัญญาฯ ไปแล้ว 90 ชุมชน จากทั้งหมด 308 ชุมชน 2.4 หมื่นครัวเรือน อย่างไรก็ตามต้องขอขอบคุณ รฟท., บริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด (อทส.) และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) ที่ร่วมมือกันขับเคลื่อนโครงการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อยในชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากการพัฒนาระบบรางจนบรรลุผล

นายสุรพงษ์ กล่าวต่อว่า กระทรวงคมนาคม ได้กำหนดแนวทางในการบริหารจัดการที่ดินของ รฟท. ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยมอบหมายให้ อทส. ซึ่งเป็นหน่วยงานบริหารจัดการทรัพย์สินของ รฟท. เร่งดำเนินการจัดทำสัญญาเช่าให้กับประชาชนที่อยู่อาศัยในพื้นที่ของ รฟท. ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว สำหรับชุมชนคลองเปล 4 ชุมชนหัวนา ชุมชนแปลง กม.11 ชุมชนทุ่งสว่างตะวันออกเฟส 3 และชุมชนศูนย์คนไร้บ้านสุวิทย์วัดหนู จะให้ดำเนินการลงนามในสัญญาให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 14 มี.ค. 68 โดยเฉพาะชุมชนแปลง กม.11 จะต้องเร่งดำเนินการเพื่อนำพื้นที่มาใช้ในการขับเคลื่อนโครงการบ้านเพื่อคนไทย ระยะที่ 1 ซึ่งมีชาวบ้านที่ต้องย้ายไปชุมชนใหม่บริเวณชุมชนโชติวัฒน์ ริมทางรถไฟเขตบางซื่อ จำนวน 83 ครัวเรือน
นายสุรพงษ์ กล่าวอีกว่า สัญญาเช่าดังกล่าว จะเป็นแบบระยะสั้น 3 ปี โดยชาวบ้านจะเสียค่าเช่าตารางเมตรละ 25 บาทต่อปี โดยในส่วนนี้เมื่อย้ายไปชุมชนใหม่ พอช. จะเข้ามาดูแล มีการวางแปลนพื้นที่ มีการวางระบบสาธารณูปโภค และมีการจัดสันทนาการต่างๆ ส่วนรูปแบบของบ้านที่อยู่อาศัยจะเป็นอย่างไรนั้น กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) จะมีงบประมาณเข้ามาช่วยดูแลส่วนหนึ่ง อย่างไรก็ตามในเดือน มี.ค. 68 รฟท. มีแผนส่งมอบบันทึกแนบท้ายสัญญาฯ 28 ชุมชน โดยมอบไปแล้ว 2 ชุมชน ส่วนวันที่ 14 มี.ค. 68 มอบอีก 5 ชุมชน และวันที่ 20 มี.ค. 68 อีก 21 ชุมชน

นายสุรพงษ์ กล่าวด้วยว่า คาดว่าจะส่งมอบบันทึกแนบท้ายสัญญาฯ ให้ครบทั้ง 308 ชุมชนได้ภายในปี 2570 อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกระทรวงคมนาคมในการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อยที่ได้รับผลกระทบจากการพัฒนาระบบรางรถไฟทั่วประเทศ และสนับสนุนให้ประชาชนเข้าถึงสิทธิที่ดิน เพื่ออยู่อาศัยอย่างเหมาะสม และเป็นธรรม โดยมีเป้าหมายให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชน.



