สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากเมืองบูเนีย สาธารณรัฐประชาธิปไคยคองโก เมื่อวันที่ 31 พ.ค. ว่า การระบาดของโรคอีโบลา ซึ่งเป็นครั้งที่ 17 ในดีอาร์คองโก และครั้งใหญ่เป็นอันดับสาม นับตั้งแต่มีการค้นพบเชื้อไวรัสอีโบลาเมื่อ 50 ปีที่แล้ว ลุกลามเร็วกว่าการรับมือในระดับโลก ซึ่งนพ.เทดรอส แอดฮานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการดับเบิลยูเอชโอ ยอมรับในเรื่องนี้ ก่อนการเดินทางเยือนกรุงกินชาซา เมืองหลวงของดีอาร์คองโก เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา

การเดินทางเยือนของ นพ.เทดรอส เกิดขึ้นในขณะที่ทางการบราซิลกำลังสอบสวนผู้ป่วยต้องสงสัยติดเชื้อโรคอีโบลา ในเมืองเซาเปาลู ซึ่งเกี่ยวข้องกับชายคนหนึ่งที่เพิ่งเดินทางไปดีอาร์คองโกเมื่อไม่นานมานี้ โดยเจ้าหน้าที่รัฐกล่าวว่า ผู้ป่วยคนดังกล่าวถูกแยกกักตัวในโรงพยาบาลเฉพาะทาง

ภายหลังการพบหารือกับนางจูดิธ ซูมินวา ตูลูกา นายกรัฐมนตรีของดีอาร์คองโก ในวันศุกร์ นพ.เทดรอส ก็เดินทางไปยังเมืองบูเนีย เมืองเอกของจังหวัดอิตูรี ซึ่งเป็นพื้นที่ยืนยันผู้ป่วยโรคอีโบลาคนแรกเมื่อช่วงต้นเดือน พ.ค.

นพ.เทดรอส กล่าวในการแถลงข่าวร่วมกับ รมว.สาธารณสุขดีอาร์คองโก ว่าเชื้อไวรัสสายพันธุ์บุนดีบูเกียวที่หายาก ยังไม่มีวัคซีนหรือวิธีการรักษาที่ได้รับการอนุมัติ ส่งผลให้การดูแลแบบประคับประคองในระยะแรกมีความสำคัญอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็น การแยกผู้ป่วย การชดเชยน้ำในร่างกาย และการจัดการความเจ็บปวด

นอกจากนี้ นพ.เทดรอส ยังเรียกร้องให้ประชาชนปฏิบัติตามวิธีการฝังศพอย่างปลอดภัย พร้อมกับเตือนว่า ศพของผู้เสียชีวิตจากโรคอีโบลา เป็นแหล่งแพร่เชื้อได้ง่ายมาก

“ผมเข้าใจดีว่า การสูญเสียใครสักคนนั้นเจ็บปวดเพียงใด และการให้เกียรติพวกเขาอย่างเหมาะสมนั้นมีความหมายมากแค่ไหน ซึ่งในขณะที่เราโศกเศร้ากับการสูญเสีย เราต้องทำทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ เพื่อไม่ให้เกิดการสูญเสียครั้งต่อไป” นพ.เทดรอส กล่าวทิ้งท้าย.

เครดิตภาพ : REUTERS