เมื่อวันที่ 4 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเจษฎา จันทรประภา ผอ.สำนักการระบายน้ำ (สนน.) กล่าวถึงมาตรการดูแลความปลอดภัยคนงานลอกท่อระบายน้ำว่า กทม. มีแผนดำเนินการล้างทำความสะอาดท่อระบายน้ำในพื้นที่ กทม.เป็นประจำทุกปี เริ่มตั้งแต่เดือน ธ.ค. 67 กำหนดแล้วเสร็จเดือน พ.ค. 68 ซึ่งเป็นช่วงเข้าสู่ฤดูฝน โดยการล้างทำความสะอาดท่อระบายน้ำในช่วงระยะเวลาดังกล่าวจะเน้นพื้นที่จุดเสี่ยงน้ำท่วม พื้นที่ชุมชน ตลาดสด หรือพื้นที่ที่มีร้านอาหารและบ้านเรือนประชาชนหนาแน่น เช่น ย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เยาวราช ถนนตะนาว โดยการล้างทำความสะอาดท่อระบายน้ำ มีทั้งการจ้างกรมราชทัณฑ์ จ้างเอกชน การใช้รถดูดเลน และการใช้แรงงาน
อย่างไรก็ตาม กทม. ตระหนักถึงความปลอดภัยและอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการปฏิบัติงานในท่อระบายน้ำ ซึ่งเป็นพื้นที่อับอากาศ (Confined Space) ที่อาจมีก๊าซพิษ เช่น ก๊าซมีเทน (CH₄) และก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ (H₂S) ที่เกิดจากกระบวนการสะสมของสารอินทรีย์ หากไม่มีการจัดการที่เหมาะสมอาจส่งผลต่อสุขภาพและความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ จึงมีมาตรการป้องกันในระหว่างดำเนินการ ได้แก่ การใช้อุปกรณ์ระบายอากาศ เช่น เครื่องดูดอากาศหรือเครื่องเป่าลม เพื่อลดปริมาณก๊าซพิษก่อนการปฏิบัติงาน การจัดหาอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) ให้แก่เจ้าหน้าที่ เช่น ชุดป้องกันสารเคมี ถุงมือยาง รองเท้าบู๊ตกันน้ำ เชือกนิรภัย (Safety Harness) เพื่อช่วยดึงตัวพนักงานขึ้นในกรณีฉุกเฉินและการเฝ้าระวังพนักงานขณะปฏิบัติงาน โดยให้ทีมงานด้านบนเฝ้าสังเกตและพร้อมให้ความช่วยเหลือในกรณีฉุกเฉิน
นอกจากนี้ยังมีแผนพัฒนาและปรับปรุงมาตรฐานความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน โดยเพิ่มงบประมาณการจัดหาอุปกรณ์ความปลอดภัยให้ครบถ้วนและเพียงพอ การนำเทคโนโลยีมาใช้ เช่น การใช้เครื่องจักรในการดูดไขมันและสิ่งปนเปื้อนแทนการใช้แรงงานคนในพื้นที่เสี่ยงสูง พัฒนาระบบเฝ้าระวังพนักงานระหว่างปฏิบัติงาน เช่น การติดตั้งเซ็นเซอร์ตรวจวัดสภาพอากาศในท่อแบบเรียลไทม์ และจัดอบรมพนักงานเกี่ยวกับมาตรฐานความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งพัฒนาแนวทางการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยที่เหมาะสม ตลอดจนรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วน เพื่อนำไปปรับปรุงการทำงานให้มีประสิทธิภาพ

ด้านนางภาวิณี รุ่งทนต์กิจ รองผอ.สำนักอนามัย รักษาราชการแทนผอ.สำนักอนามัย (สนอ.) กล่าวว่า เพื่อให้การปฏิบัติงานของข้าราชการและบุคลากรสังกัด กทม. ปลอดโรคและปลอดภัย จึงจัดให้มีอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล (PPE) ที่สำนักงานเขตและหน่วยงานต้นสังกัดได้จัดสรร โดยเฉพาะคนงานกลุ่มเสี่ยง เพื่อป้องกันการเกิดโรคและอุบัติเหตุจากการทำงาน
รวมทั้งพฤติกรรมการทำงานที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งมาจากความไม่ตระหนัก ความไม่รู้ และได้รับข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง โดย สนอ. ในฐานะหน่วยงานที่มีบทบาทหน้าที่ที่สำคัญในการดูแลสุขภาพอนามัยของประชาชนและบุคลากรในสังกัดให้ปลอดโรค ปลอดภัย ได้จัดอบรมส่งเสริมความรู้ความเข้าใจด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงานให้แก่คนงานกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ คนงานสวนสาธารณะ คนงานกวาด คนงานเก็บขนมูลฝอย คนงานขุดลอกท่อ ทั้ง 50 สำนักงานเขต เป็นประจำทุกปี
ขณะเดียวกัน ยังได้ลงพื้นที่เขตเพื่อให้ความรู้ในเรื่องดังกล่าวแก่เจ้าหน้าที่และผู้เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง จัดอบรมส่งเสริมความรู้ให้แก่หัวหน้าคนงาน เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง สามารถกำกับดูแลให้คนงานปฏิบัติงานได้ปลอดโรคปลอดภัย สอดคล้องพ.ร.บ. ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 ซึ่งมุ่งหวังให้บุคลากรของหน่วยงานราชการปลอดโรค ปลอดภัยในการทำงาน.



